เนชั่นทีวี

ข่าว

พระกรุณาโปรดเกล้าฯรับดช. 9 ขวบเป็นอัมพาตรับเป็นคนไข้

05 ต.ค. 2557 | nation_ent

พระกรุณาโปรดเกล้าฯรับดช. 9 ขวบเป็นอัมพาตรับเป็นคนไข้

จากกรณีที่ทีมข่าวได้นำเสนอข่าวเด็กชายวัย 9 ปี เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง หลังถูกรถยนต์แหกโค้งพุ่งชนเมื่อต้นปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่ง ด.ช.ประพันธ์ คันสร หรือน้องชาน อายุ 9 ขวบ น้ำหนัก 80 กิโลกรัมนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้กระทั่งการขับถ่ายก็ยังไม่มีความรู้สึกไหลออกมาเอง ซึ่งต้องใช้ผ้าอ้อมแบบใส่ติดตัวตลอด หลังจากที่มีประชาชนที่ทราบข่าวจากทางทีวีและหนังสือพิมพ์ต้องการช่วยเหลือครอบครัวของเด็กชายประพันธ์จึงได้ทำหนังสือถึงกองพระราชเลขาในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี หลังพระองค์ทรงทราบความเดือดร้อนของครอบครัวนี้จึงทรงโปรดเกล้าฯรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ในพระองค์ และให้ส่งตัวไปรักษาที่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเฉพาะทางนี้โดยตรง 
โดยผู้สื่อข่าวทราบข่าวนี้จึงได้เดินทางไปพบกับนางสุพี คันสร อายุ 43 ปี ผู้เป็นแม่ซึ่งก็ได้บอกว่าจะนำเด็กชายประพันธ์บุตรชายเดินทางจากบ้านที่ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา ไปเข้ารับการรักษาที่ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ จังหวัดนนทบุรีในวันที่7 ตุลาคมนี้ และได้ขอบคุณทางผู้สื่อข่าวที่ได้นำเสนอข่าวถึงความเดือดร้อนของครอบครัวจนทำให้มีผู้ใจบุญได้ทำเรื่องถึงพระองค์ท่านจนทรงโปรดเกล้าฯรับบุตรชายเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ในพระองค์ ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีความพระกรุณาเป็นล้นพ้นต่อครอบครัวคันสร ซึ่งจะทำให้บุตรชายได้มีโอกาสหายจากการเป็นอัมพาตครึ่งล่างและได้กลับมาร่ำเรียนต่อเพื่อเป็นคนดีของสังคมประเทศชาติต่อไป 
ซึ่งศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ดำเนินการเกี่ยวกับฟื้นฟูสมรรถภาพเป็นวิธีการหนึ่งที่จะนำคนพิการกลับเข้าสังคม โดยคนพิการเหล่านั้น จะต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านการแพทย์ โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นภาระแก่ครอบครัว และสังคมให้น้อยที่สุด สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับบุคคลอื่นการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์เป็นการฟื้นฟูสมรรถภาพในเบื้องต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกาย และจิตใจของคนพิการให้ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดความพิการซ้ำซ้อน นับเป็นการฟื้นฟูที่มีความสำคัญในลำดับแรก ๆ ที่คนพิการต้องได้รับ

ข่าวล่าสุด