เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-ยางพารา บ่นอุบรัฐช่วยเหลือไม่ทั่วถึง

ภาคเหนือ -เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด-ยางพารา บ่นอุบรัฐบาลช่วยเหลือไม่ทั่วถึง เน้นเฉพาะชาวนา แนะเข้ามาแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
ข่าว
นายอุทัย บุญเทียม ประธานเครือข่ายเกษตกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากนโยบายรัฐบาลที่ช่วยเหลือชาวนาเป็นค่าต้นทุนการผลิต 1,000 บาทต่อไร่ สำหรับผู้ที่มีที่ดินไม่เกิน 15 ไร่ ส่วนผู้ที่มีที่ดินเกิน 15 ไร่ขึ้นไป จะได้รับเงินไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ถือว่าเป็นมาตรการที่ดี แต่กลับไม่ให้ความสนใจกับเกษตรกรที่ปลูกพืชอื่นๆ โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด แต่อย่างใด
ขณะนี้เกษตกรผู้ปลูกข้าวโพดกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องราคาตกต่ำและไม่มีตลาดรองรับ เมื่อถึงฤดูผลผลิตออกสู่ตลาดเต็มที่ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการประชุมของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด หากรัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่จะสนใจและมีนโยบายในการช่วยเหลือ ทางกลุ่มผู้ปลูกข้าวโพดก็จะมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น
ประธานเครือข่ายเกษตกรผู้ปลูกข้าวโพด อ.แม่แจ่ม กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตกรผู้ปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคกลางบางส่วน คือ 1.การหาตลาดรองรับที่แน่นอนตลอดปี เนื่องจากเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต (สิงหาคม-กุมภาพันธ์)จะทำให้จำนวนข้าวโพดล้นตลาด ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมองว่าเกษตรกรปลูกข้าวโพดมากเกินไป ไม่มีการควบคุมปริมาณการผลิต ทั้งที่ในความจริงแล้วเกษตกรปลูกข้าวโพดในปริมาณที่ควบคุมการผลิตโดยตลอด 2.การยับยั้งการนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากต้นฤดูการผลิตรัฐบาลมองจำนวนข้าวโพดไม่เพียงต่อความต้องการของตลาดทำให้ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในไทย และ 3.ควบคุมต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการรับซื้อโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
นายธีธวัช คำเงิน ตัวแทนผู้ปลูกข้าวโพด อ.แม่จัน จ.เชียงราย กล่าวว่ นโยบาย 1,000 บาทต่อ 1 ไร่ เป็นการนำเงินภาษีของคนทั่วประเทศมาให้ชาวนา น่าจะนำมาพัฒนาในรูปแบบการกระตุ้นราคาผลผลิตและแทรกแซงราคาให้เกิดการแข่งขันในเรื่องราคาระหว่างผู้ซื้อจะดีกว่า โดยอยากให้รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาให้มีการรวมกลุ่มของเกษตกรอย่างจริงจัง เพื่อเพื่อมอำนาจการต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง ซึ่งขณะนี้กลุ่มเกษตรกรถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลางและลดการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะส่งผลกระทบทำให้ผลผลิตล้นตลาดและราคาถูกกว่าต้นทุนการผลิต
ขณะที่นายณรงค์ บริภารักษ์ ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์เจ้าของสวนยางพารา อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราเกิดความน้อยใจและมองว่าไม่มีความเสมอภาคเนื่องจากชาวสวนยางพาราก็มีความเดือดร้อนในเรื่องของราคาตกต่ำ ค่าปุ๋ยและอุปกรณ์อื่นๆที่มีราคาแพง ดังนั้นอยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
"อยากให้มีการเตรียมตลาดรองรับยางพาราและให้การสนับสนุนกลุ่มและสหกรณ์เนื่องจากมีการกำหนดระเบียบให้กับเกษตรกร เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำยางพาราก้นถ้วยที่ใช้น้ำกรดผสมเป็นส่วนประกอบ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสภาพแวดล้อม อีกทั้งทำให้ต้นยางมีอายุต่ำ หันมาทำน้ำยางสดเหมือนภาคใต้ นายณรงค์ กล่าว
ทางด้านนายบุญยัง พรหมเมือง ประธานคณะทำงานยางพาราของสภาเกษตรกร จ.เชียงราย กล่าวว่า นโยบาย 1,000 บาทต่อ 1 ไร่ เป็นผลดีกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่มีที่นาและทำยางพาราควบคู่ไปด้วย แต่เกิดความเลื่อมล้ำแก่ผู้ที่ทำสวนยางพาราอย่างเดียว สร้างความน้อยเนื้อต่ำใจให้กับชาวสวนยางพาราที่รัฐบาลไม่มีนโยบายช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำและส่งผลให้เกษตรกรหันมาทำยางพาก้นถ้วยโดยผสมสารเคมีเพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ สนับสนุนงบประมาณแต่ละกลุ่ม ดีกว่าจะเจาะจงเฉพาะราย เพื่อแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรใช้เป็นเงินต้นทุน