เนชั่นทีวี

ข่าว

คดีฆ่า 2 นทท.ผู้ดีบนเกาะเต่า ส่อเค้าวืด เหวี่ยงแหแรงงานข้ามชาติ ตรวจดีเอ็นเอต่อ

29 ก.ย. 2557 |

คดีฆ่า 2 นทท.ผู้ดีบนเกาะเต่า ส่อเค้าวืด เหวี่ยงแหแรงงานข้ามชาติ ตรวจดีเอ็นเอต่อ

สุราษฎร์ธานี - กว่าสองสัปดาห์แล้ว คดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนชายหาดเกาะเต่า ยังจับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ ล่าสุดตรวจดีเอ็นเอจากแรงงานต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในละแวกรัศมี 600 เมตรห่างจุดเกิดเหตุ

ความคืบหน้าคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชายหญิงชาวอังกฤษ ที่ชายหาดเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.57 ที่ผ่านมาดังที่ได้เสนอข่าวอย่างต่อเนื่องไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 29 ก.ย.57 นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ รวม 15 วันแล้ว ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ โดยที่ชาวเกาะเต่ายังคงรอความหวัง
ซึ่งทางตำรวจชุดคลี่คลายคดีจากกองปราบปราม และตำรวจในพื้นที่อำนวยการโดย พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน ยังคงเดินหน้าแกะรอยบ้านพักคนงานแรงงานข้ามชาติในเกาะเต่า โดยเฉพาะแรงงานพม่า จำนวน 20 ห้อง แรงงานพม่า 50 คน ที่อยู่ในรัศมี 600 เมตร ช่วงระหว่างเวลา 02.00 น.-04.00 น.ของวันที่ 15 ก.ย.57 ซึ่งเป็นเวลาที่เชื่อมโยงกับเวลาเกิดเหตุและปรากฏในภาพวงจรปิด พร้อมเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอไปตรวจสอบ
ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงค้นหาเบาะแสชายที่ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขา 5 ส่วนวิ่งไปมาดังที่มีภาพปรากฏในช่วงเวลา 03.44 น. - 04.48 น. ของวันเกิดเหตุ ลักษณะคล้ายกับมีอาการตระหนกตกใจกับเหตุการณ์อะไรซักอย่าง และชายคนนี้ก็หายตัวไปจากเกาะเต่ายังตามหาตัวไม่พบ โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะต้องเชื่อมโยงหรือรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าภาพวงจรปิดบางช่วงบางตอนจะไม่ค่อยชัดก็ตาม แต่เมื่อตรวจสอบกับผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในเกาะเต่าไม่มีสิ่งบ่งบอกว่าเชื่อมโยง จึงได้ปล่อยตัวไปเพียงแต่เก็บดีเอ็นเอ.ไว้เพียง 20 คน และคัดกรองเหลือ 7 คน พร้อมระงับออกจากเกาะเต่าในช่วงนี้
ส่วนบรรยากาศที่เกาะเต่า ชาวเกาะเต่า ยังคงเกาะติดเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ว่าตำรวจจะจับกุมคนร้ายได้หรือไม่  พร้อมกับวิพากวิจารณ์กันอย่างหนาหู ว่าตำรวจอาจจะจับกุมคนร้ายได้ยาก เพราะเชื่อว่าพยานหลักฐานต่าง ๆส่วนหนึ่งถูกทำลายตั้งแต่วันเกิดเหตุและผู้มีส่วนรู้เห็นจะต้องเป็นคนกว้างขวางพอสมควรถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือทำเองก็ตาม  
ขณะที่ในส่วนของบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เกาะเต่ายังคงเป็นไปตามปกติ มีนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางเข้าออกต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติโซนยุโรป ยกเว้นชาวอังกฤษที่บางตาไปบ้าง ที่นิยมไปดำน้ำ ชมความงามใต้ทะเล เพราะเกาะเต่าได้ชื่อว่าเป็นแหล่งดำน้ำอันดับ 1 ของเอเชียและอันดับ 8 ของโลก ไม่ได้ตระหนกหรือหวาดวิตกกับเหตุการณ์ฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวแต่อย่างใด
ด้านนายสมเชาว์ โกศล นายกสมาคมมัคคุเทศก์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า แม้ว่าทางตำรวจจะยังจับกุมคนร้ายไม่ได้ในตอนนี้ แต่ขอให้กำลังใจตำรวจในการทำงาน รวมทั้งรัฐบาลโดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้กำชับด้วยตัวเอง มอบหมายให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจฝีมือดีจากทุกสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่คลี่คลายคดีนี้ด้วยตัวเอง อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาฯยังลงพื้นที่และพร้อมที่จะบูรณาการปัญหาต่าง ๆของเกาะเต่าโดยเฉพาะมาตรการด้านความปลอดภัย ซึ่งอาจจะถูกมองว่าวัวหายล้อมคอก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร สามารถที่จะเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับคืนมาได้ในระดับหนึ่ง
ทั้งนี้อยากจะฝากไปยังผู้บริหารบ้านเมืองด้วยว่า แหล่งท่องเที่ยวประเภทหมู่เกาะทุกแห่งจะต้องคัดสรรเจ้าหน้าที่รัฐที่มีจิตสำนึกที่ดีจริง ๆ มาทำงานและต้องมีความเสมอภาค ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เชื่อได้ว่าผู้ประกอบการ ฯทุกคนต้องให้ความยำเกรงและให้ความร่วมมือ อย่าอ่อนไหวกับรายได้ที่ได้มาจากสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของทุกคนที่อยู่บนเกาะ ทุกคนพร้อมที่จะช่วยกันรักษาภาพพจน์เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอยู่แล้ว "ไม่มีใครอยากทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้ง" นายสมเชาว์ กล่าว

ข่าวล่าสุด