เมื่อวันที่ 29 กันยายน เจ้าหน้าที่ทหารไทย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และเจ้าหน้าด่านศุลกากรแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก และอส.จากกองร้อยอส.แม่สอด ยังคงปฏิบัติหน้าที่เข้มงวดตามแนวชายแดนไทย-พม่า บริเวณด่านพรมแดน เชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด และตามท่าเรือ ท่าข้าม ที่ขนส่งสินค้าโดยทางเรือ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลักลอบนำยุทโธปกรณ์ เข้าไปก่อการในพม่า ของฝ่ายชนกลุ่มน้อย ขณะที่ทางการพม่าได้ให้สินค้าข้ามไปมาได้ตามปกติ ทั้งบริเวณท่าขนส่งสินค้า และหน้าด่านพรมแดน ทำให้พ่อค้ารีบส่งสินค้าไปฝั่งพม่า โดยส่วนมากเป็นสินค้าที่ตกค้าง ขณะที่สินค้าตามออเดอร์ใหม่ ต้องล่าช้าไป เพราะสถานการณ์เลวร้ายในช่วงที่ผ่านมา แต่พ่อค้าส่วนมากยังกล้าส่งสินค้าไปพม่า เพราะยังไม่วางใจสถานการณ์ เพราะมีข่าวว่าฝ่ายกะเหรี่ยงจะซุ่มยิงรถฝ่ายพม่าและอาจจะยิงรถขนส่งสินค้าด้วย
นายสำรวย ป่าตาล เจ้าของท่าขนส่งสินค้าที่ 16 บ้านห้วยม่วง ต.ท่าสายลวด กล่าวว่า สามารถส่งสินค้าไปยังฝั่งพม่าได้ตามปกติแล้ว โดยผ่านพิธีการของศุลกากรไทย และเข้าใจว่าพม่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว คาดว่าคงไม่นาน สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติจริงๆราษฎรพม่าแจ้งว่า ในส่วนของเมียวดี ขณะนี้มีการพม่าจำนวนมาก ที่เข้ามาดูแลและยึดพื้นที่ของสำนักงานของทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ. และสำนักงานกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง กลุ่มสันติภาพ หรือเคเอ็นยู.เคเอ็นแอลซี.ของพ.อ.ไทเกอร์ (ผู้พันเสือ) ผู้บัญชาการรบหน่วยรบพิเศษ ของนายพลทิ่นหม่อง และขับทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.ออกไปจากเมืองเมียวดี โดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของฝ่ายพม่า ซึ่งเป็นจุดที่มีการปะทะระหว่างฝ่ายพม่า กับ ฝ่ายกะเหรี่ยง บนเส้นทางถนนสายเอเชีย