น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าว 5 องค์กรชาวนา เรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% อยู่ที่ตันละ 10,000 บาท เพื่อให้ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้อยู่ที่ประมาณตันละ 8,500-9,000 บาท เนื่องจากปัจจุบันนี้ราคาข้าวที่ชาวนาเกี่ยวแล้วไปขาย จะตกที่ราคาประมาณตันละ 6,500-7, 200 บาท นั้น อยากเสนอให้รัฐบาลตั้งหลักให้ดี เนื่องจาก วันนี้หลักการใหญ่ในการดูแลพี่น้องชาวนามี 2 อย่างคือการรับซื้อ และการให้เงินชดเชยเพื่อช่วยเหลือ แม้การรับซื้อจะเป็นตันละ 10,000 บาท แต่กระบวนการก็จะเข้าสู่วงจรเหมือนการรับจำนำที่เกิดขึ้นในอดีต นั่นคือภาระการสีแปร การเก็บข้าวเข้าโกดังและการระบายข้าว นำไปสู่การบิดเบือนกลไกตลาดและนำไปสู่การทุจริตตามมา
วันนี้รัฐบาลคงหนีไม่พ้นที่จะต้องจ่ายเงินเพื่อชดเชย เพียงแต่เน้นไปที่เกษตรกรรายย่อย นั่นคือ โครงการประกันรายได้ เชื่อว่าโครงการประกันรายได้ ถ้าศึกษาให้ดีอย่างละเอียด ไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่นก็ยังใช้ ส่วนการลดต้นทุนนั้นเป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว ไม่น่าจะใช่นโยบายเฉพาะหน้าที่จะเข้ามาเยียวยาพี่น้องชาวนา ผมคิดว่าแนวทางการระบายข้าวของรัฐบาลด้วยวิธีการประมูล 2 ครั้งที่ผ่านมานั้น รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว เพราะถือว่าโปร่งใสและสะท้อนราคาตลาดที่แท้จริง แต่เพราะเหตุใดจึงมีกระแสข่าวที่จะให้ผู้ส่งออกที่มีออเดอร์ข้าวจากต่างประเทศมาเจรจาซื้อข้าวเป็นรายๆ ได้ ถ้ากลับไปใช้แบบเดิมนี้ จะทำให้การแก้ปัญหาเรื่องข้าวของรัฐบาลกลับสู่วงจรเดิมเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา นพ.วรงค์ กล่าว