เนชั่นทีวี

ข่าว

"ไพบูลย์"ย้ำ ยาเสพติด-โทรศัพท์มือถือในคุก ต้อง 0%

26 ก.ย. 2557 | wanchat

"ไพบูลย์"ย้ำ ยาเสพติด-โทรศัพท์มือถือในคุก ต้อง 0%

กรมราชทัณฑ์ - 26 ก.ย. 2557 - "ไพบูลย์"ย้ำยาเสพติด-โทรศัพท์มือถือในคุกต้อง 0% สั่งพับโครงการจัดซื้อเครื่องตัดสัญญาณ ใครเสนอของบฯเท่ากับจงใจให้ในคุกมีโทรศัพท์ ด้านราชทัณฑ์จัดแถวกองเกียรติยศต้อนรับรมต.

พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังประชุมมอบนโยบายให้ผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศ โดยยืนยันว่าเรือนจำต้องปลอดยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือ ต้องเป็น 0% ไม่มีที่ใดยอมรับให้เรือนจำมียาเสพติดหรือสิ่งของต้องห้าม 1-2% เพราะเรือนจำไม่ใช่ตลาดสาธารณะ  การเข้าออกเรือนจำต้องผ่านการตรวจสอบหลายชั้น   ถ้าเข้มงวดกวดขันจริงจังต้องไม่มีสิ่งของต้องห้ามเข้าไปได้  การทำงานเจ้าหน้าที่ต้องเน้นความซื่อสัตย์  อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์หากจู่โจมเรือนจำใดพบสิ่งของต้องห้ามผู้บัญชาการเรือนจำต้องรับผิดชอบ  การรับผิดชอบจะไล่ตั้งแต่รัฐมนตรีลงไปเจ้าหน้าที่เรือนจำคนสุดท้าย   อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าจนถึงวันนี้ยังมียาเสพติดและโทรศัพท์มือถือในเรือนจำ  ซึ่งเป็นปัญหาให้ผู้บริหารต้องแก้ไข เป็นการบริหารภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด หากเรามีความพร้อมสมบูรณ์ใครก็มาเป็นอธิบดีได้ไม่ต้องหาคนเก่ง  แต่เมื่อต้องทำงานภายใต้ความคาดหวังก็ต้องทำเต็มที่ ไม่ต้องมาอ้างปากรอ  มีคนเท่านี้ก็ต้องอยู่ให้ได้  ที่ผ่านมาได้นำเสนอปัญหาให้พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี รับทราบว่าเรือนจำขาดบุคลากร 1,000 อัตรา  ซึ่งจะใช้ดูแลผู้ต้องขังที่มีจำนวนกว่า 300,000 คน รวมถึงเรื่องการเสนอเพิ่มค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่และการปรับปรุงเรือนจำความมั่นคงสูง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องจัดซื้อเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์เพิ่มหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า  เรื่องจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีไม่ต้องมาพูด  นโยบายคือพยายามทำให้ในเรือนจำไม่มีโทรศัพท์ หากคิดจะซื้อเครื่องตัดสัญญาณแสดงว่าเจ้าหน้าที่จงใจให้เรือนจำมีโทรศัพท์ใช่หรือไม่   ตนไม่ชอบแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ การเรียกผบ.เรือนจำทั้ง 143 แห่งมาให้นโยบายเพื่อให้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องจัดการปัญหายาเสพติดและโทรศัพท์ด้านในเรือนจำ ส่วนปัญหาการค้ายาเสพติดภายนอกเป็นหน้าที่ของตนซึ่งในสัปดาห์หน้าจะประชุมบูรณาการงบประมาณด้านยาเสพติดของทุกกระทรวง ซึ่งถือเป็นปีแรกที่กระทรวงยุติธรรมรับหน้าที่จัดสรรงบประมาณทั้งระบบ โดยจะพิจารณาว่ากระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข ควรได้รับการจัดสรรอย่างไร สำหรับปัญหาแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน พม่า และลาว  ได้นำเสนอข้อมูลให้นายกรัฐมนตรี นำไปใช้ในการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาในภาพรวมโดยจะปันงบประมาณของไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านให้มีความยั่งยืน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาล้นคุกว่าได้สั่งการให้กรมราชทัณฑ์คัดกรองและสำรวจผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลจำนวน 59,000 คนว่ามีผู้ต้องขังที่ก่อคดีลหุโทษกี่ราย โดยให้คัดกรองคุณสมบัติผู้ที่เข้าเกณฑ์สมควรได้รับการช่วยเหลือนำเงินกองทุนยุติธรรมไปประกันตัว  และยังกำชับให้ราชทัณฑ์ปรับมาตรฐานการจำแนกผู้ต้องขังที่ได้รับสิทธิพักการลงโทษและลดวันต้องโทษ เพราะที่ผ่านมาหลายคนที่ได้รับการผ่อนผันโทษออกไปก่อคดีอุกฉกรรจ์ ปล้น ฆ่า หรือค้ายาเสพติดจนทำให้สังคมมองผู้พ้นโทษเป็นคนไม่ดี  ดังนั้น การลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำหลังจากนี้ต้องมีขบวนการคัดกรองที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้ที่พ้นโทษก่อนกำหนดเป็นคนที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพร้อมกลับเข้าสู่สังคม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการมอบนโยบายให้กับผบ.เรือนจำทั่วประเทศครั้งนี้  นายวิทยา ได้จัดให้มีกองเกียรติยศของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พร้อมวงดุริยางค์จากทัณฑสถานวัยหนุ่ม ปทุมธานี  มาให้การต้อนรับ  โดยพล.อ.ไพบูลย์  ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกรมราชทัณฑ์ และตรวจแถวกองเกียรติยศหน้ากรมราชทัณฑ์  หลังเสร็จพิธีพล.อ.ไพบูลย์ ได้ท้วงติงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าไม่ควรจัดกองเกียรติยศในลักษณะนี้ เพราะเป็นพิธีของทหาร  แต่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ชี้แจงว่ากองเกียรติยศของกรมราชทัณฑ์เป็นพิธีเก่าแก่ที่รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่

ข่าวล่าสุด