พ่อค้าแม่ค้า ที่นั่งขายของ ทั้งผักผลไม้ อาหารแห้ง เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ต่างๆ อยู่บริเวณตลาดตาบา หรือตลาดตากใบ เขตการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม พวกเขาจะทำการค้าขายให้กับลูกค้าที่จะเดินทางจากฝั่งมาเลเซียข้ามมาซื้อสินค้า ไปขายต่อบ้างและไปใช้ในครอบครัวบ้าง ซึ่งการเดินทางมาซื้อของฝั่งไทย หรือจะสัญจรข้ามไปฝั่งมาเลเซีย ส่วนใหญ่ หากเป็นสินค้าขนาดเล็ก ก็จะโดยสารเรือเล็กข้ามแม่น้ำสุไหงโก-ลก มา โดยมีค่าบริการคนละ10บาท
หากมีสินค้าจำนวนมาก ที่มีขนาดใหญ่ และจำเป็นต้องขนส่งรถยนต์ ก็ต้องใช้เรือแพยนต์ ซึ่งก็จะต้องใช้เวลาตั้งแต่ขั้นตอนการขนถ่ายสินค้าและการเดินทางรวมกว่า 3 ชั่วโมง
นายอำเภอตากใบ สมศักดิ์ สิทธิวรการ บอกว่า เพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเพิ่มปรับปรุงการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย และเพื่อลดระยะเวลาการขนส่ง ขณะนี้ได้เตรียมดำเนินการสร้าง สะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซีย แห่งที่3 จะเชื่อมต่อระหว่าง กะรังกูโป ประเทศมาเลเซีย กับเกาะสะท้อน อ.ตากใบ โดยจะห่างออกไปจากด่านชายแดนตากใบประมาน 5กิโลเมตร
สำหรับสินค้าที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ บริเวณชายแดนตากใบ ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ และผ้าคลุมฮีญาบ และเมื่อได้เดินสำรวจตลาดก็จะมีสินค้าประเภทนี้ให้เลือกมากมาย การแข่งขันแตกต่างกันที่ลวดลาย ความสวยงาม และเนื้อผ้า
นูรไอนี (โน๊ต-ไอ-นี) เจ๊ะบือราเฮง (เจ๊ะเบอราเฮง) ลูกจ้างร้าน เซะ แอน แซะ สาขา ตากใบ ที่ขายฮิญาบไทย-มุสลิม บอกด้วยว่า คนมาเลเซีย นิยมมารับไปขายต่อ เพราะสินค้าไทยสวยงาม ดังนั้นหากจะมีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซียขึ้น และตลาดสามารถเปิดด่านการค้าได้อย่างเสรี ก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
สำหรับมูลค่าการค้าชายแดนในปัจจุบัน ตัวเลขอยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อเดือน ทั้งนี้ยีงไม่รวมด่านธรรมชาติและจุดผ่อนปรน แต่หากเข้าสู่เออีซี และสะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซียแห่งที่3 ดำเนินการแล้วเสร็จ ก็จะเพิ่มมูลค่าการค้าไปอีก กว่า 1000ล้านบาทต่อเดือน