นายนรินทร์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกรมศุลกากรได้สืบทราบว่ามีการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย จนได้ติดตามรถบรรทุกสินค้าต้องสงสัยจำนวน 3 คันจากด่านกรมศุลกากรนครพนม ซึ่งมีปลายทางการเปิดตู้สินค้าที่ย่านนิตมอุสาหกรรม จ.ชลบุรี แต่รถคันดังกล่าวได้วิ่งออกนอกเส้นทาง ก่อนจะเปิดตู้สินค้าและนำสินค้าไปเก็บไว้ย่านตลิ่งชัน กทม. เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพบว่าเป็นผลิตภัณท์เสริมความงาม วัตถุลามกอนาจาร โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 และสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 นั้นพบว่าเป็นของที่ถูกปลอมแปลงขึ้น โดยถูกนำเข้ามาจากประเทศจีน
ทั้งนี้ นายนรินทร์ ยังได้ตอบข้อซักถามกรณีที่ก่อนหน้านี้รถหรูภายในคลังสินค้ากรมศุลกากรได้หายออกไปจำนวนหลายร้อยคันว่า จากการตรวจสอบแล้วพบมีรถหรูที่หายออกไปมีจำนวนเพียง 300 คันเท่านั้น จากที่สื่อมวลชนได้นำเสนอไปครั้งแรก ซึ่งทางกรมศุลกากรสามารถตามมาได้แล้วกว่า 200 คัน และยังเหลือที่อยู่ระหว่างการติดตามอีก 48 คัน โดยยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง
เนื่องจากการนำเข้ารถหรู เพื่อการค้าของบริษัทต่างๆ ซึ่งมีกว่า 200 บริษัท โดยเมื่อทางบริษัทนำเข้าสินค้ามาสามารถนำรถมาฝากไว้ที่โกดังของทางกรมศุลกากรได้ แต่เมื่อต้องการจำหน่ายออกไปก็สามารถทำได้ โดยการวางเงินมัดจำกับทางกรมศุลกากรเท่านั้น แต่ก็มีบางบริษัทที่ได้วางเงินมัดจำและนำรถออกไป แต่กลับไม่ยอมนำรถกลับมาคืนแต่อย่างใด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบหากพบผู้ค้ารายใดมีการกระทำการความผิดทางกรมศุลกากรจะทำการระงับและปิดคลังสินค้าทันที
"กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐาน ลักลอบ และนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียค่าภาษี หรือของต้องห้ามของต้องกำกัด หรือของที่ยังไม่ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักร หรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร หรือซื้อ หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเลี่ยงอากร ข้อห้ามหรือข้อกำกัด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะยึดของกลางนำส่งกรมศุลกากรเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป" นายนรินทร์ กล่าว