พล.ต.ต. ชาติชาย กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 14 มกรา ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้ร่วมมือกับลูกชายของภรรยาคนแรก ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมภรรยาปัจจุบัน และลูกสาววัย 6 ขวบ หลังจากมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง โดยภรรยาคนดังกล่าวเป็นภรรยาคนที่ 3 และมีลูกด้วยกัน 1 คน แต่ว่าภรรยาคนดังกล่าวอายุยังน้อย ทำให้ผู้ต้องหาหึงหวงและมีปากเสียงเป็นประจำ หลังก่อเหตุแล้วจึงนำศพไปฝังอำพรางไว้ที่ใต้สะพาน ต่อมาทางลูกชายและเพื่อนได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาจับกุม ทางผู้ต้องหาจึงหลบหนีมาอยู่เมืองไทย โดยเข้ามาเมืองไทยตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา เข้ามาทางด่านตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ก่อนหลบไปพักอาศัยที่เมืองพัทยา โดยมีชายไทย ชื่อเล่น พร ให้การช่วยเหลือ ซึ่งนายพรพยายามที่จะช่วยเหลือให้อาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่สามารถทำได้ จึงแนะนำให้ผู้ต้องหาเดินทางไปยังประเทศลาว
พล.ต.ต. ชาติชาย กล่าวต่อว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบมาว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรผ่านทางด่าน ตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร เพื่อเดินทางไป แขวงสะหวันนะเขต สปป. ลาว จนกระทั่งวันนี้ เมื่อช่วงเช้า ผู้ต้องหาได้เดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อเดินทางออกราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดพล.ต.ต. ชาติชาย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวน นายหรือพลโทมารินทา คิม ยอมรับว่า
ตนเป็นบุคคลเดียวกันตามที่ทางการกัมพูชาต้องการตัวจริง แต่ไม่ได้เป็นคนฆ่าภรรยาและลูกสาว โดยในวันเกิดเหตุผู้ต้องหากำลังมีปากเสียงอยู่กับภรรยา ต่อมาลูกชายของภรรยาคนแรก อายุ30 ปี เดินทางมายังที่เกิดเหตุทนเห็นบิดาทะเลาะไม่ได้ จึงไล่ตนออกจากห้อง จากนั้นลูกชายตนได้ใช้ไม้ทุบตีกระทั่งภรรยาและลูกสาววัย 6 ขวบจนเสียชีวิต หลังขากนั้นตนเข้ามาเห็นถึงกลับตกใจ แต่เกรงความผิดจึงช่วยกันนำร่างอันไร้วิญญาณบรรจุใส่พลาสติก ก่อนให้คนรับใช้ไปทิ้งที่ปากเหว ห่างจากตัวเมืองพนมเปญ ประมาณ 90 กม. ก่อนมาพบศพ และถูกจับกุมในที่สุดเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเพิกถอนวีซ่า และส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป