พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากมูลนิธิปอเต็กตึ่ง ว่ามีคนร้ายขโมยรถเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิ ไปก่อเหตุตระเวณลักทรัพย์ ทำให้มูลนิธิเสื่อมเสียชื่อเสียง เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนหาข่าว พบว่ารถคันที่หายไป ได้ไปก่อเหตุลักรถยนต์อีกคันบริเวณท้องที่สน.ประเวศ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 30ก.ค. โดยมีกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านส.พิธีภัณฑ์จับภาพได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สะกดรอยติดตามเรื่อยมา กระทั่งเข้าทำการจับกุมตัวนายยุคนเสกศักดิ์ พร้อมรถของกลางได้ดังกล่าว โดยเมื่อทำการตรวจค้นพบที่ตัวผู้ต้องหาพบบัตรประจำตัวอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ่ง ชื่อนายอมรรัตน์ หอมจันทร์
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. นายอมรรัตน์ได้เดินทางมาเพื่อดูรถของกลางและให้ปากคำที่สน.บางซื่อ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า จากการที่ผู้เสียหายเข้ามาตรวจสอบรถแล้วพบว่า รถของกลางคันดังกล่าวเป็นรถที่ถูกแยกชิ้นส่วนมาประกอบอีกที คาดว่าทำเป็นขบวนการ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพาตัวผู้ต้องหาไปค้นบ้านที่จ.ฉะเชิงเทราอยู่ และขอประชาสัมพันธ์ให้ ผู้เสียหายที่ถูกขโมยรถไปเดินทางมาดูรถของกลางที่สน.บางซื่อด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่านายยุคนเสกศักดิ์ เคยถูกจับคดีลักทรัพย์ มาแล้วเมื่อปี 55 โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูในการก่อเหตุด้านนายอมรรัตน์ กล่าวว่าตนเป็นอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ่งนครนายก เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนกลับจากทำงานได้จอดรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำตาล ของตนไว้ที่ หน้าคอนโดย่านซอยแฮปปี้แลนด์ เมื่อตื่นเช้ามาก็พบว่ารถยนต์หายไปแล้วจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะขอดูกล้องวงจรปิดที่หน้าคอนโด พบว่า เห็นตัวคนร้ายไม่ชัดเจน เห็นเพียงไฟหน้ารถขับออกจากคอนโดไป ซึ่งวันนี้เดินทางมาดูรถแล้วพบว่ามีบางชิ้นส่วนเท่านั้นที่เป็นของตน อาทิ หลังคารถ และชิ้นส่วนในรถบางอย่าง แต่ตัวถังรถไม่ใช่ของรถตน