เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบหนุ่มปากีสถาน กลืนเฮโรอีนเข้าไทย

07 ก.ย. 2557 | wanchat

รวบหนุ่มปากีสถาน กลืนเฮโรอีนเข้าไทย

สมุทรปราการ 7 ก.ย.57 - รวบหนุ่มปากีสถาน กลืนเฮโรอีนมูลค่า 1.2 ล้านบาทเข้าไทย สารภาพทำมาแล้ว 7 ครั้ง

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 7 ก.ย.2557ที่สำนักสืบสวนและปราบปราม ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายธาดา ชุมไชโย ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3  นายเดชา วิชัยดิษฐ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนปราบปรามที่ 1 นายวิศิษฐ์  พีรพัฒนานนท์ หัวหน้าหน่วยสืบสวนปราบปรามที่ 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากร สำนักสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายมูฮัมหมัด โชเอบ (Mr.MUHAMMAD SHOAIB) อายุ 22 ปี ชาวปากีสถาน พร้อมของกลาง  เฮโรอีนน้ำหนัก 380 กรัม มูลค่า 1.2ล้านบาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
            นายธาดา ชุมไชโย ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3  กล่าวว่า ตามที่ นายสมชัย  สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร มีนโยบายด้านการควบคุมทางศุลกากรและปกป้องสังคมอย่างเคร่งครัด จึงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรสำนักสืบสวนและปราบปราม ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้มงวดเป็นพิเศษในการสกัดกั้นป้องกันและปราบปราม และดำเนินการวางแผนจับกุม กลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ ผ่านทางสนามบินจนเมื่อเวลา 08.20น.ของวันที่ 7 ก.ย.57 เจ้าหน้าที่งานสืบสวนปราบปราม พบนายมูฮัมหมัด โชเอบ ผู้โดยสารสายการบินไทย เที่ยวบิน TG342 เดินทางมาจากเมืองการาจี ประเทศปากีสถาน มีอาการพิรุธจึงได้นำตัวมาเอกซเรย์ ก็พบวัตถุต้องสงสัยอยู่ในช่องท้อง จึงให้ถ่ายวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวออกมารวมจำนวน 20 ก้อนน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 380 กรัม เมื่อนำไปทดสอบด้วยน้ำยาทดสอบยาเสพติดผลปรากฏว่า เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรอีนผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3  กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า นายมูฮัมหมัด โชเอบ เดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง โดยผ่านทางด่านศุลกากรต่างจังหวัด ซึ่งนายมูฮัมหมัด โชเอบ ให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้างในการส่งยาเสพติดครั้งละ 20,000บาทเพราะไม่มีงานทำเพื่อนชาวปากีสถานจึงชักชวนให้มาส่งยาเสพติดโดยจะหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะมีการตรวจค้นที่เข้มงวดโดยนั่งเครื่องบินไปลงยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนนั่งรถเข้ามาที่กทม. โดยทำมาแล้ว 7 ครั้งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองและนำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด