นักวิชาการเสนอ 3 แนวทาง ปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎร
06 ก.ย. 2557 | wanchat

6 ก.ย.57 - นักวิชาการเสนอ 3 แนวทางปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎร เน้นความเป็นประชาธิปไตยให้ปชช.ร่วม-รัฐบาลต้องรับผิดชอบประชาชน
ข่าว
06 ก.ย. 2557 | wanchat

6 ก.ย.57 - นักวิชาการเสนอ 3 แนวทางปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎร เน้นความเป็นประชาธิปไตยให้ปชช.ร่วม-รัฐบาลต้องรับผิดชอบประชาชน
โรงเเรมเซ็นทารา แกรนด์ -- 6 ก.ย. 2557 --ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 2557 : HAND IN HAND ปฏิรูปการต่อสู้เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน" ที่จัดโดยเครือข่ายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้มีเวทีเสวนากลุ่มย่อย หัวข้อปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎร โดยมีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการเลือกตั้งถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งไม่ใช่ตัวแปรสำคัญของประชาธิปไตย เพราะการเลือกตั้งตามความหมาย คือ การแข่งขัน ระหว่าง 2 ฝ่าย บางฝ่ายที่แพ้เลือกตั้งในอนาคตอาจจะชนะการเลือกตั้งไดด้ ไม่ใช่ให้พรรคใดพรรคหนึ่งชนะการเลือกตั้งระยะยาวนานเหมือนพรรคคอมมิวนิสต์ หรือมีรัฐบาลเดียวไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นคำว่าประชาธิปไตย ปัจจัยสำคัญคือต้องมีการเลือกตั้ง เพื่อได้รัฐบาลที่รับผิดชอบหรือตอบสนองต่อประชาชน ส่วนการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมาพบปัญหาคือไม่มีตัวแทนประชาชนที่แท้จริงเข้าไปทำหน้าที่ ดังนั้นระบบเลือกตั้งต้องแก้ไขเรื่องดังกล่าว ประเด็นแรกคือการซื้อเสียง วิธีแก้ปัญหาในทางปฏิบัติและทฤษฎีมีระไว้ เช่น ในประเทศออสเตรเลีย ใช้วิธีการเลือกตั้ง โดยให้ผู้ใช้สิทธิ์เลือกโดยเรียงลำดับตาามความชอบ เพราะหากผู้สมัครจะซื้อเสียงต้องหาวิธีว่าจะซื้อเสียงแล้วให้ผู้มีสิทธิ์เรียงลำดับอย่างไร
นางสิริพรรณ กล่าวด้วยว่าส่วนการเลือกโดยมีสัดส่วนตัวแทนอาชีพเข้าไปทำหน้าที่ อย่างที่หลายฝ่ายเสนอให้ใช้วิธีการสรรหา แต่ตนมองว่ามีวิธีได้ตัวแทนจากอาชีพโดยระบบลงทะเบียนเลือกตั้งและให้เลือกตั้งจากระบบดังกล่าว ส่วนการปฏิรูประบบเลือกตั้งที่สำคัญ คือ ปฏิรูปผู้จัดการเลือกตั้ง รวมถึงกติกาการเลือกตั้ง ที่พบว่าช่วงเลือกตั้งจะเห็นป้ายหาเสียงจำนวนมาก ส่วนตัวมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครโกหกประชาชน ดังนั้นกรณีดังกล่าวควรลดค่าใช้จ่ายเรื่องป้ายโฆษณา แต่กำหนดวิธีการเข้าถึงประชาชนรูปแบบอื่นๆ นอกจากนั้นต้องปฏิรูปพรรคการเมืองเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและสามารถตั้งพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนได้ อย่างไรก็ตามตนทราบว่า กกต. เตรียมออกกฎฎหมายจำกัดวาระดำรงตำแหน่ง ของ ส.ส. ให้ไม่เกิน 2 สมัยหรือ 8 ปี ซึ่งตนไม่เห็นด้วย
ทางด้านนายบัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์ เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป กล่าวว่าสำหรับแนวทางการปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎรที่ตนขอเสนอ มีดังนี้ 1.นโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ต้องกำหนดให้มีเนื้อหาที่เพียงพอ เช่น นโยบายการเอาชนะยาเสพติดที่ต้องมีรายละเอียด ไม่ใช่ใช้กำลังปราบปราม, 2. มีกลไกการดำเนินงาน และที่มาของงบประมาณที่ใช้ เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายของประเทศ รวมถึงการเยียวยาต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบในนโยบายนั้นๆ 3.การมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่างๆ อาทิ ร่วมรับฟัง, ร่วมตัดสินใจ หรือให้ประชาชนตัดสินใจโดยตรง ทั้งนี้การกำหนดนโยบายพรรคการเมืองต้องให้สมาชิกพรรคและประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ทั้งนี้เพื่อให้พรรคการเมืองเป็นตัวแทนของประชาชนไม่ใช่กลุ่มนายทุนเท่านั้น
"การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อนโยบายพรรคการเมือง ผมมองว่า กกต.ควรจัดเวทีวิพากษ์นโยบายหาเสียงสสสำหรับประชาชนเพื่อให้ซักถามหรือวิพากษ์นโยบายของพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวถือเป็นการตอบโจทย์ประชาชน ในด้านการมีส่วนร่วมและกำกับควบคุมการดำเนินงานของรัฐบาลทั้งนี้เพื่อการลดปัญหาคอร์รัปชั่นและปฏิรูปการเลือกตั้งไปพร้อมกัน" นายบัณฑูรย์ กล่าว
ส่วนนายปรเมศวร์ มินศิริ ผู้บริหารเว็ปไซต์กระปุกดอทคอม กล่าวว่าการเลือกตั้งต้องมีการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง อาทิ กระบวนได้มาซึ่งส.ส. กำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน เรื่องต้นทุน การเพิ่มโอกาสให้ประชาชนที่ต้องการเข้าสู่วงการการเมืองได้ อย่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่ ส.ส. ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติทำหน้าที่แก้กฎหมาย ไม่มีสิทธิ์กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร นอกจากนั้น ส.ส.ควรมีทีมกฎหมายและประกาศการสนับสนุนกฎหมายให้ชัด โดยการทำหน้าที่ ส.ส. ดังกล่าว หากเป็นไปได้ควรเพิ่มเงินเดือนให้เพื่อลดการกอบโกยผลประโยชน์จากงบประมาณท้องถิ่น หรือที่เรียกว่าไปถอนทุนคืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวทีดังกล่าวได้เปิดรับฟังความเห็นของผู้ที่เข้าร่วม โดยมีสาระสำคัญ คือ ต้องการให้ กกต. จัดความเสมอภาคการสนับสนุนพรรคการเมือง ไม่ว่าเป็นพรรคใหญ่และพรรคเล็ก นอกจากนั้นควรนำบทบัญญัติห้ามเครือญาติ คู่สมรสของนักการเมือง ลงเล่นการเมืองทุกระบบไม่จำกัดเฉพาะวุฒิสภาเท่านั้น