รักษาการอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด วันชัย รุจนวงศ์ พูดถึงการพิจารณาสำนวนโครงการรับจำนำข้าว ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ว่าบ่ายวันนี้ อัยการสูงสุด ได้ประชุมร่วมกับ คุณวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด หัวหน้าคณะทำงานคดีรับจำนำข้าว และคณะทำงานอัยการ รวม 8 คน พิจารณาสำนวนหลักฐานและความเห็นที่คณะทำงานสรุปมาเบื้องต้น แต่การพิจารณาสำนวนก็ยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากมีรายละเอียดของบุคคล เอกสารต่าง ๆ เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงคาดว่าจะทราบความชัดเจนในบ่ายวันนี้ ซึ่งครบกรอบเวลา 30 วันตามกฎหมายที่อัยการสูงสุดสั่งคดี โดยเชื่อ จะสามารถแถลงรายละเอียดได้
สำหรับการสั่งคดีของอัยการสูงสุด สามารถออกมาได้ 3 แนวทาง คือ 1. สั่งฟ้อง นำสำนวนไปยื่นฟ้องต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวจำเลย 2. สั่งไม่ฟ้อง จากนั้นคืนสำนวนไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าจะยื่นฟ้องเองหรือไม่ 3 .สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง ป.ป.ช. กับอัยการสูงสุด
ก่อนหน้านี้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้อัยการฯพิจารณาตั้งกรรมการร่วมกับ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มเติมในทุกประเด็น เพราะเห็นว่าในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งเรื่องขั้นตอน กระบวนการดำเนินคดีที่เร่งรีบรวบรัด
การไต่สวนพยานมีข้อบกพร่อง ไม่สมบูรณ์หลายเรื่อง และยังมีข้อเท็จจริง พยานที่ ป.ป.ช.ควรสืบอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว แต่ได้มีการตัดพยานออก โดยทีมทนายความ ได้เตรียมพยานบุคคลไว้ 50 ปาก เพื่อขอให้อัยการสูงสุดสอบเพิ่มเติม ให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด