ยังเป็นเรื่องร้อนที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมากสำหรับการสิ้นสภาพฟรีทีวีของช่อง 3 อนาล็อก หลังจากเส้นตายที่ กสทช.ยืดให้ 100 วันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน แต่ที่ผ่านมาช่อง 3 กลับอ้างประกาศของ คสช.ในช่วงปฏิวัติที่ระบุให้สถานีโทรทัศน์ทุกแห่งออกอากาศได้ทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสาร พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยภายหลังการหารือกับตัวแทนฝ่ายกฎหมายของช่อง 3 และผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 24 ช่อง ว่า การหารือครั้งนี้เป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ยังไม่ได้มีข้อสรุปใดๆ ซึ่ง กสท.จะนำความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ของทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบไปประกอบการพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว และ กสท.ให้ช่อง 3 ยื่นข้อเสนอมายัง กสท.อีกครั้ง และช่อง 3 ยืนยันว่าจะยื่นข้อเสนอมาให้พิจารณาอย่างช้าภายในสัปดาห์หน้าอย่างไรก็ตาม ในช่วงกระบวนการพิจารณา ซึ่งยังไม่มีการชี้ขาดใดๆ ทางช่อง 3 จะยังคงออกอากาศด้วยระบบอนาล็อกได้ตามปกติ เพราะสิ่งที่ กสทช.มุ่งหวังคือให้ผู้ประกอบการระบบอนาล็อกทุกช่องออกอากาศคู่ขนานกับระบบดิจิทัล เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นประโยชน์กับประชาชน ทำให้ประชาชนยังมีสิทธิได้รับชมช่อง 3 อนาล็อกได้ตามปกติ จนกว่า กสทช.จะตัดสินไปทางใดทางหนึ่ง
เส้นตาย7-15วันช่อง3อาจจอดำ"กระบวนการหลังจากนี้จะยึดหลักประนีประนอมเพื่อให้ดีที่สุดกับทุกภาคส่วน จึงขอเวลาพิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบเวลาในการหาข้อยุติ แต่คงต้องพิจารณาให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งยืนยันจะแก้ปัญหา หรือหาทางออกภายใต้อำนาจหน้าที่ของ กสทช.อย่างเต็มที่ ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อกฎหมาย แต่หากต้องใช้ข้อกฎหมายก็จะคำนึงถึงให้มีผลกระทบน้อยที่สุด โดยวันจันทร์ที่ 8 กันยายนนี้ จะประชุมบอร์ด กสทช.เพื่อพิจารณาประเด็นรายละเอียดต่อไป" นายนที กล่าวรายงานข่าวจาก กสทช.แจ้งว่า เกี่ยวกับปัญหาช่อง 3 นั้น มีรายงานว่า กสทช.จะส่งหนังสือไปยังผู้ประกอบการเคเบิลและทีวีดาวเทียมทุกโครงข่ายให้เตรียมความพร้อมในเรื่องการออกอากาศช่อง 3 ในช่องทางต่างๆ โดยกำหนดระยะเวลาให้ประมาณ 7-15 วัน หากช่อง 3 ไม่มีแผนการที่แน่ชัดอาจจะปล่อยให้ช่อง 3 จอดำ ส่วนมาตรการที่ใช้จะเริ่มจากเบาไปหาหนัก
ดิจิทัลอัดกสทช.ไม่ควรป้องช่อง 3สำหรับความเห็นของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนั้น วันเดียวกัน นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นบีซี กล่าวว่า อยากให้ กสท.เป็นเจ้าภาพเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ผู้ที่ได้ใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิทัล 3 ราย และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นคู่สัมปทานกับทางช่อง 3 มาหารือร่วมกัน เพื่อรับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุด คสช.ได้ออกมายืนยันกรณีช่อง 3 อ้างประกาศ คสช.ฉบับที่ 27/2557 ให้สามารถออกอากาศได้ทั่วประเทศ ว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของ กสท.ที่จะต้องดำเนินการกับผู้ประกอบการเอง ซึ่งมองว่าสิ่งที่ กสท.กำลังทำเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องด้วยจะส่งผลต่อการกำกับดูแลและจะนำไปสู่การล่มสลายของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิทัล กสท.ควรยึดมั่นมติวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ให้ฟรีทีวีในระบบอนาล็อกต้องยุติการออกอากาศในทุกแพลตฟอร์มตามกฎมัสต์แครี่ ดังนั้น กสท.ไม่ควรแก้ไขปัญหาให้ช่อง 3 และช่อง 3 ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเอาอำนาจของ คสช.มาใช้บังคับกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิทัลด้าน นายสมพันธ์ จารุมิลินท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่อง 3 ควรจะได้รับสิทธิอย่างชอบธรรม และได้รับความคุ้มครอง โดยควรให้เวลาช่อง 3 เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบดิจิทัล โดยเห็นว่าการวางระบบโครงข่ายทีวีดิจิทัลยังมีเวลาดำเนินการถึง 4 ปี หลังจากได้รับใบอนุญาต ซึ่งหากโครงข่ายยังไม่มีความพร้อมทาง กสทช.ก็ต้องให้เวลาพัฒนาโครงข่ายให้ครอบคลุม ขณะเดียวกันก็อยากให้ กสทช.เจรจากับช่อง 3 ด้วยเหตุผล และไม่เห็นด้วยกับประกาศของ กสท.ที่ออกมาดังกล่าวข้างต้น เนื่องด้วยไม่ควรห้ามแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะยุติการออกอากาศไปด้วย
จี้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับช่อง7, 9ขณะที่ นายสุภาพ คลี่ขจาย ผู้บริหารไทยทีวี กล่าวว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกว่า 20 ช่อง ไม่ได้ขัดแย้งอะไรกับช่อง 3 โดยตรง แต่ต้องการให้ กสท.ดำเนินการต่อช่อง 3 ด้วยบรรทัดฐานเดียวกันกับช่อง 7 ช่อง 9 และไทยพีบีเอส เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดผลกระทบ 2 ประการ คือ ประการแรก คูปองที่ กสทช.แจกจะไม่มีคนนำไปแลกกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ หรือทีวีที่รับสัญญาณดิจิทัล เพราะคนดูไม่สามารถดูช่อง 3 ระบบอนาล็อกผ่านกล่อง หรือทีวีในระบบดังกล่าวได้ อีกประการหนึ่งคือ กระบวนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ดิจิทัลก็จะมีปัญหา ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ช่อง 3 ออกอากาศแบบคู่ขนาน คือ รายการของช่อง 3 ทั้งระบบอนาล็อก และดิจิทัลต้องมีเนื้อหาเหมือนกัน
แจงมีแผนชัดเจนไม่ยอมให้ใครบังคับเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการตลาดและรายการ กล่าวว่า หากช่อง 3 ไม่เข้าสู่การเป็นทีวีดิจิทัลเต็มตัว เหมือนเป็นการดึงไม่ให้ทีวีดิจิทัลก้าวหน้านั้น ไม่เป็นความจริง เพราะทุกวันนี้ช่อง 3 อยู่ในทีวีดิจิทัลอยู่แล้ว การที่ทีวีดิจิทัลไม่ก้าวหน้าคงไม่ใช่เพราะช่อง 3 เพราะปัญหาของดิจิทัลคือเรื่องของเน็ตเวิร์กไม่พร้อม การเริ่มธุรกิจเต็มเกินไปใน 24 ช่อง คอนเทนต์ไม่พร้อม ในส่วนของช่อง 3 เป็นเพียงคำอธิบายเล็กๆ แต่ทำไมคนเอามาทำเป็นเรื่องใหญ่ อย่างเรื่องการแจกคูปอง ปัจจุบันนี้ยังไม่ได้แจก และเรื่องของโทรทัศน์ เป็นการแข่งขันกันในส่วนของคอนเทนต์ "ถ้าทำให้คนดูเห็นแล้ว ว้าว คนดูจะเป็นคนเร่งให้ กสทช.แจกคูปองเอง เพราะเขาอยากจะดู แต่คำถามคือ เราต้องมองจากตัวเองด้วยว่า เราทำได้ดีขนาดไหน แต่สิ่งที่คนมองมา ณ ขณะนี้คือ มองว่า เพราะช่อง 3 ยังอยู่ที่อนาล็อก ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ไม่ถูกต้อง ทาง กสทช.ก็ไม่มีเรียกไปพูดคุยเพิ่มเติม อย่างที่ทราบข่าวว่า เขาจะเรียนเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปหาแนวทางแก้ไข และหาทางออก เรามีเจตนารมณ์ชัดเจน เพราะเห็นความสำคัญของดิจิทัลอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นบริษัทลูกของเราอีกบริษัทหนึ่งคงไม่ประมูลมาทั้ง 3 ช่อง และเราเป็นผู้ประมูลที่ใช้เงินเยอะที่สุดในทีวีดิจิทัล การที่เราจะมาพูดกันตอนนี้ คิดว่ามันเป็นเงื่อนไขทางธุรกิจที่ว่า ต่างคนต่างมีแผนงานว่าจะทำอย่างไร จะให้คนข้างนอกมาบังคับว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้มันผิดจากที่เรามีแผนงานเอาไว้ ผมคิดว่าไม่ถูกต้องนัก" นายสุรินทร์กล่าว
ลั่นดิจิทัลสมบูรณ์เมื่อใดไปร่วมแน่เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะมีทางออกอย่างไรกับเรื่องนี้ นายสุรินทร์เปิดเผยว่า คงต้องดูจากทาง กสทช. เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แผนงานของช่อง 3 เนื่องจากช่องมีแผนงานทางธุรกิจของตัวเองที่ไม่มีการไปออกอากาศแบบคู่ขนานตั้งแต่แรก ที่ผ่านมาช่อง 3 มีความชัดเจนตรงนี้ แต่ถามว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนที่ช่อง 3 จะเข้าสู่ระบบทีวีดิจิทัล คงต้องรอให้คอนเทนต์และเน็ตเวิร์กพร้อม ยืนยันว่า หากการมาของระบบดิจิทัลสมบูรณ์เมื่อใด ช่อง 3 ไปแน่นอน เพราะเป็นนักธุรกิจ มั่นใจในสิ่งที่ทำอยู่ว่าไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนที่ถามว่า ในอนาคตหากจะมีการตัดสินให้ช่อง 3 จอดำ นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่บนพื้นฐานความถูกต้อง เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่สงครามการต่อสู้ของช่อง 3 กับช่องอื่นๆ หรือกับทาง กสทช. แต่เป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจ และเป็นเรื่องของการพยายามหาทางออกว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อหลายท่านให้ความสำคัญว่าช่อง 3 สำคัญต่อการเปลี่ยนผ่าน ช่อง 3 ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยินดีจะปรึกษาว่า จะให้ช่วยอย่างไร หากถามว่า ช่องามีแนวทางอย่างไร คงต้องรอไปฟังจากทางกสทช.มากกว่า เพราะเป็นคนบอกว่า อยากให้ช่อง 3เข้าไปอยู่ในทีวีดิจิทัล ตั้งแต่เข้าไปประมูล มันไม่ได้มีเงื่อนไขว่า ทุกช่องจะต้องไปออกสัญญาณคู่ขนาน
ยันช่อง 3 ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย"ทั้งหมดที่กล่าวมา คงไม่ใช่สาเหตุว่าเป็นเพราะช่อง 3 แต่มาจากสาเหตุที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ เมื่อก่อนคนดูทีวี เคยดูได้ทั้งหมดไม่ว่าจะผ่าน เสา หนวดกุ้ง ก้างปลา หรือผ่านทีวีแซทเทอร์ไลท์ แต่ถ้าจะไปบังคับให้คนดูต้องเลือก ผมถามว่าสุดท้ายแล้วใครเสียประโยชน์ ก็คือคนดู ถามว่าผู้ประกอบการณ์ทั้ง 24 ช่อง เสียประโยชน์หรือไม่ จากการที่ช่อง 3 ยังอยู่ทีวีอนาล็อก ผมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ที่เนื้อหาคอนเทนต์ของตนเอง" นายสุรินทร์ กล่าว นายสุรินทร์กล่าวต่อว่า การที่ช่อง 3 ถูกมองว่าใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อธุรกิจนั้น ช่อง 3 ทำตามกฎหมายเดิม ไม่ได้ผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องที่จะไม่ให้ช่อง 3 ไปออกอากาศทางฟรีทีวี หรือระบบเซทเทิลไลท์ อาจจะผิดกว่าหรือไม่ วงการโทรทัศน์ไทยพัฒนามาตั้งแต่ระบบเสาอากาศ หนวดกุ้ง ก้างปลาที่ติดตามบ้าน แต่ถ้าเป็นคอนโด หรือ ตึกสูง คนไม่สามารถดูผ่านเสาหนวดกุ้งได้ คนต้องไปดูผ่านจานดาวเทียมและดูเคเบิลที่ติดตามมา คนเลือกที่จะรับตามความสะดวก ช่อง 3 ได้สัมปทานทางภาคพื้นดินถูกต้องแล้ว แต่จานดาวเทียมมีขึ้นมาเพื่ออะไร มีเพื่อให้คนดูสะดวกขึ้น