ลุ้นรัฐเซ็นขายยางพาราในสต็อก 2.1 แสนตัน
26 ส.ค. 2557 | wanchat

จับตารัฐบาลเตรียมลงนามสัญญา ขายสต็อกยาง 2.1 แสนตัน วันนี้ ขณะที่กรมวิชาการเกษตรฯ ระบุเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เชื่อดันราคายางในตลาดสูงขึ้น เหตุสต็อกยางโลกลดต่ำสุดรอบ10 ปี
ข่าว
26 ส.ค. 2557 | wanchat

จับตารัฐบาลเตรียมลงนามสัญญา ขายสต็อกยาง 2.1 แสนตัน วันนี้ ขณะที่กรมวิชาการเกษตรฯ ระบุเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เชื่อดันราคายางในตลาดสูงขึ้น เหตุสต็อกยางโลกลดต่ำสุดรอบ10 ปี
วันนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติกํากับดูแลในการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและแนวโน้มการระบายยางในสต็อกรัฐบาล 2.1 แสนตัน ที่รับซื้อไว้ราคาเฉลี่ย 104 บาทต่อกิโลกรัม หลังจากมีผู้เสนอราคาซื้อเข้ามากว่า 10 ราย แต่มีผู้ซื้อรายเดียวที่ให้ราคาสูงกว่าราคากลาง
นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า การขายยางในสต็อกรัฐบาลครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ที่ผ่านมา หลายฝ่ายมองว่ายางสต็อกของไทยเป็นปัญหา ทำให้ราคายางพาราตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น และในการเสนอราคาซื้อยางสต็อกรัฐบาล ขณะนี้ มีผู้สนใจ 10 ราย เป็นผู้ส่งออก 5 รายใหญ่ แต่ราคาที่เสนอยังถือว่าต่ำมาก คือ กิโลกรัมละ 38-42 บาท ซึ่งไม่เป็นธรรมกับชาวสวนยาง และรัฐบาล
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า สต็อกยางในไทยขณะนี้ มีประมาณ 3 แสนตัน ถือว่าน้อยมาก ใช้ในประเทศเดือนละ 5 หมื่นตัน ส่งออกปกติต่อเดือน 3 แสนตัน สต็อกที่มีอยู่ขณะนี้จึงไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าเดือนกันยายนนี้ ผู้ส่งออกจะไม่มียางเพื่อส่งมอบ จะส่งผลให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
การประชุมครั้งนี้ จะเสนอ คสช.ให้เพิ่มเงื่อนไขการขายยางสต็อกรัฐบาล ที่เหลืออีก 1 แสนตัน ขณะนี้มีผู้สนใจเสนอซื้อมา 2-3 ราย โดยจะปรับวิธีการขายใหม่ ให้รายละ 3 หมื่นตัน ภายใต้เงื่อนไข ที่ผู้ซื้อต้องซื้อยางใหม่ เพิ่ม 2 หมื่นตัน ในราคาเอฟโอบี บวก 5 บาท
ด้านนายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง หรือ อ.ส.ย. บอว่า วันนี้จะเจรจาเงื่อนไขสัญญาซื้อขายยางในสต็อกรัฐบาล กับผู้เสนอซื้อในราคากิโลกรัมละ 58 บาท สำหรับยางแท่ง ส่วนยางรมควันราคา 62 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นผู้ที่เสนอราคาสูงสุด จากจำนวนผู้สนใจซื้อทั้ง 10 ราย หากตกลงเงื่อนไขสัญญาได้ จะเซ็นสัญญาซื้อขายวันที่ 27 ส.ค. นี้
จากนั้นเมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินก็สามารถขนย้ายยางพาราไปได้ ต้องแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อไม่ให้เกิดภาระค่าบริหารจัดการ ทั้งค่าประกันภัย ค่าโกดังเก็บยาง ที่ อ.ส.ย. ต้องรับผิดชอบอยู่ หากขนย้ายไม่หมดใน 3 เดือนค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการผู้ซื้อต้องรับผิดชอบ
ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง ระบุด้วยว่า การขายยางช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพราะราคายางอ่อนไหว ขึ้นลงตามปัจจัยภายนอก ขณะนี้สต็อกยางในไทย ถือว่ามีน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี นอกจากนี้สต็อกยางในจีนก็มีน้อย ส่วนใหญ่สต็อกยางของจีนเป็นสต็อกลม มีการซื้อขายในตลาดล่วงหน้า