ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และคนชราจาก4 หมู่บ้าน ประกอบด้วบบ้านหัวฝาย หมู่ 5 , บ้านโศกนาค หมู่ 6 , บ้านคูบัว หมู่ 7 และบ้านท่าม่วงหมู่ 10 ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ได้ออกมารวมตัวกันที่บริเวณประปาหมู่บ้านหัวฝาย ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ ลำห้วยลึก ที่มีความกว้าง 21 เมตร ยาว 6 กิโลเมตร แต่มีสภาพแห้งขอด จนมองเห็นผืนดินแตกระแหง มีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด วัว ควายสามารถเดินลงไปหากินหญ้าได้ ทำให้ชาวบ้านไม่มีแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาจนทำให้ไม่มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
ความแห้งแล้งในปีนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปีทำให้ชาวบ้านกว่า 600 ครัวเรือน กว่า 2,500 คน ได้รับผลกระทบเดือดร้อนอย่างหนัก จึงอยากขอให้ภาครัฐออกมาให้ช่วยเหลือโดยด่วน
นายแถว เดชารัมย์ อายุ 58 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหัวฝายหมู่ 5 ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง กล่าว่า ขณะนี้ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้านกำลังประสบปัญหาภัยแล้งเดือดร้อนหนัก ต้องซื้อน้ำอุปโภคบริโภคมานานกว่า 1สัปดาห์แล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ทางอำเภอ จังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้ามาสำรวจช่วยเหลือ แจกจ่ายน้ำหรือจัดสรรงบประมาณมาขุดลอกลำห้วยให้มีความลึกเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ทั้งปีด้วยเพราะขณะนี้พื้นที่การเกษตรเสียหายแล้ว
อีกทั้งน้ำในลำห้วยที่ยังเหลืออยู่บางช่วงก็เต็มไปด้วยวัชพืชเน่าเสียน้ำมีกลิ่นเหม็นนำไปอาบเกิดอาการผื่นคันตามร่างกาย และไม่สามารถนำไปประกอบอาหารได้ชาวบ้านต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจากรถเร่ถังละ 300 บาท เพื่อนำไปอุปโภคบริโภคบรรเทาความเดือดร้อน
ด้านนายปรีชา มาอาสารองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่าทาง อบต.ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือได้ชาวบ้านจึงร่วมกันออกมาเรียกร้องให้ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้ามาสำรวจดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเพราะแหล่งน้ำในลำห้วยที่ใช้ผลิตประปาขณะนี้แห้งขอดแม้ว่าบางช่วงจะยังมีน้ำอยู่บ้างแต่ก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้