เมื่อวันที่ 21 ส.ค. - นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ที่ประชุมได้รายงานผลการจ่ายเงิน กยศ. ประจำปีการศึกษา 2557 โดยมีจำนวนผู้กู้ยืมทั้งรายเก่าและรายใหม่ทั้งหมด จำนวน 154,630คน จำนวนเงินทั้งหมด 972,094,401 บาท แบ่งเป็นเฉพาะผู้กู้ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 คือระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับอนุปริญญาที่ไม่ได้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จำนวน 114,738 คน จำนวนเงินกู้ยืม 712,035,581 บาท ขณะเดียวกันยังหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาผู้ค้างชำระเงินกู้กยศ. ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 50% ของจำนวนผู้ครบกำหนดชำระหนี้ทั้งหมด ดังนั้นทางที่ประชุมจึงคิดว่าควรจะต้องมีการกำหนดมาตรการติดตามหนี้สินให้มี ความเข้มข้นขึ้น โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่ 1 ขอให้บริษัทจำกัดมหาชน (บมจ.) ธนาคารกรุงไทย จัดทำข้อมูล ผู้กู้ทั้งหมดที่มีอยู่ในระบบ อาทิ จำนวนผู้กู้ที่อยู่ระหว่างศึกษา จำนวนผู้กู้ที่ครบกำหนดชำระ จำนวนผู้กู้ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย จำนวนผู้กู้ที่ปิดบัญชี เป็นต้น โดยขอให้รายงานทุกไตรมาส และให้แยกเป็นรายสถานศึกษา ซึ่งทางบมจ.ธนาคารกรุงไทย ขอเวลาในการปรับฐานข้อมูลเป็นเวลา 3 เดือน โดยคาดว่าจะสามารถรายงานข้อมูลได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2557 เป็นต้นไปอย่างไรก็ตามเมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวแล้วกยศ. จะมีมาตรการที่เข้มข้นกับสถานศึกษามากขึ้น โดยหากพบว่า สถานศึกษาใดมีจำนวนผู้ค้างชำระมากที่สุด ต่อไปก็จะได้รับการพิจารณาปล่อยกู้ในจำนวนที่น้อยลง ซึ่งตรงนี้เป็นมาตรการหนึ่งที่จะนำมาใช้ในการพัฒนากองทุนให้สามารถปล่อยกู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันต่อไป กยศ.อาจจะต้อง ปล่อยกู้ให้ยากขึ้น และสร้างระบบการชำระเงินคืนให้ง่าย ซึ่งตรงนี้สถานศึกษาเองก็จะต้องมีมาตรการในการคัดกรองผู้กู้ พิจารณาปล่อยกู้ให้เฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นและมีฐานะยากจนจริงๆ ส่วน กรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ว่าต่อไปกยศ. จะเพิ่มมาตรการติดตามหนี้สิน หากผู้ใดไม่มาชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนด อาจจะถึงขั้นถูกยึดทรัพย์สินนั้น ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว และที่ผ่านมากยศ. ก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น คณะกรรมการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานกยศ. ได้รายงานผลการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ในภาคเหนือ และภาคกลาง จากที่ต้องตรวจเยี่ยมทั้งหมด 5 ภูมิภาค คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพฯ โดย ภาพรวมพบพบ ปัญหา วงเงินจัดสรรไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้กู้ มีเสียงสะท้อน ว่าจัดสรรให้ระดับปวช. มากเกินไป
ทั้งที่ความเป็นจริงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีความต้องการมากกว่า ระบบ ติดตามหนี้ยังไม่เหมาะสม และกยศ. ติดต่อประสานงานได้ยาก ซึ่งกรณีนี้ที่ประชุมเสนอให้มีการจัดทำสายด่วนกยศ. เพื่อให้สามารถติดต่อประสานกับกยศ. ได้รวดเร็วขึ้น โดยที่ประชุมขอให้คณะกรรมการตรวจเยี่ยมฯ สรุปปัญหาและอุปสรรคในการกู้ยืม และการชำระเงินทั้งหมด ภายหลังตรวจเยี่ยมครบ 5 ภาค และรายงานต่อที่ประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาในภาพรวมต่อไป โดยในปี2558 จะต้องเร่งสร้างระบบบริหารจัดการ การปล่อยกู้รวมถึงะบบติดตามหนี้สินให้มีความเข้มข้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น