เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดยุทธศาสตร์น้ำ "ทีดีอาร์ไอ"

19 ส.ค. 2557 | wanchat

เปิดยุทธศาสตร์น้ำ "ทีดีอาร์ไอ"

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) สัมมนายุทธศาสตร์และทิศทางและการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปติดตามจาก คุณจันทร์จิรา พงษ์ราย

ในเวทีการสัมมนายุทธศาสตร์และทิศทางและการพัฒนาระบบการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย จัดโดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นักวิชาการมีข้อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ว่าไม่ควรเร่งรีบคลอดแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 15 ตุลาคมนี้ เพราะเกรงจะซ้ำรอยกับแผนลงทุนโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านของรัฐบาลชุดก่อนที่ขาดการยอมรับของประชน จนเกิดการต่อต้าน
        ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับนโยบายและแผนการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างที่คสช.แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแบ่งหน้าที่ของอนุกรรมการชุดต่างๆเป็นรายกระทรวง ทำให้เกิดข้อกังวลใหม่ว่าแต่ละหน่วยงานเสนอโครงการเข้ามาจำนวนมากแบบขนมชั้น แต่ขาดการบูรณาการจนไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ 
          ซึ่งก่อนหน้าเคยมีบทเรียนจากโครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลชุดก่อนที่ทำโครงการขนาดใหญ่ แต่ถูกต่อต้านจากหลายส่วนเพราะขาดระบบการประเมินความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน การชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ       นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ดังนั้นในระหว่างการจัดทำแผนน้ำของคสช.ที่คาดว่าจะออกมาในเดือนต.ค.นี้ จึงขอให้อุดช่องว่างทั้งหมด โดยเฉพาะกระบวนการตัดสินใจเลือกโครงการน้ำ ต้องนำข้อเสนอ และโครงสร้างทางเลือกเข้าสู่สภาปฎิรูป และจัดเวทีรับฟังจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 
          นอกจากนี้ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายน้ำ ควรต้องมีรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (Water board) ก่อนที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี ตัดสินใจ พร้อมทั้งสามารถทบทวน แก้ไขโครงการลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับแผนแม่บท เพื่อป้องกันปัญหา ที่สำคัญคือควรออกพ.ร.บ.การมีส่วนร่วมของประชาชน และจัดตั้งคณะกรรมการมีส่วนร่วม โดยให้มีอำนาจในการกำหนดขั้นตอนหลักเกณฑ์เนื้อหาสาระและกระบวนการมีส่วนร่วม
          ด้านดร.เสรี ศุภทราทิตย์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ขณะนี้ไม่อยากให้คสช.เร่งแผนแม่บทน้ำที่กำหนดจะต้องเสร้จภายในวันที่ 15 ตุลาคม เพราะอาจทำให้ไม่ครอบคลุม และขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานทั้งระดับส่วนกลาง และระดับพื้นที่ทำให้การลงทุนน้ำเอาแค่โครงการเก่าไปขาย 
         โดยเห็นว่าการทำแผนยุทธศาสตร์ควรต้องใช้เวลาอย่างช้า 1 ปี เพื่อให้แก้ปัญหาและตรงกับปัฐหาของแต่ละลุ่มน้ำ เพราะในอนาคตไทยติดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ยังขาดการวางแผนรับมือและปรับตัว หากเทียบกับเวียดนาม เนปาล โดยเฉพาะปี 2558 มีแนวโน้มจากการคาดการณ์ว่าไทยจะประสบภาวะเอลนิโญ และเกิดภัยแล้งที่รุนแรง แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นหน่วยงานที่รับผิดชอบออกมาเตรียมความพร้อมแต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด