กต.เร่งตรวจสอบ คนไทยขับรถชน นร.ญี่ปุ่นเสียชีวิต
18 ส.ค. 2557 | wanchat

กต.เร่งตรวจสอบรายละเอียดกรณี คนไทยขับรถชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่ชิบะ สถานทูต กรุงโตเกียว เผย 3 คนไทยชนคนญี่ปุ่นเสียชีวิต อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายของญี่ปุ่น
ข่าว
18 ส.ค. 2557 | wanchat

กต.เร่งตรวจสอบรายละเอียดกรณี คนไทยขับรถชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่ชิบะ สถานทูต กรุงโตเกียว เผย 3 คนไทยชนคนญี่ปุ่นเสียชีวิต อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายของญี่ปุ่น
กต.เร่งตรวจสอบรายละเอียดกรณี คนไทยขับรถชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่ชิบะ ญี่ปุ่นเข้มกฎหมายเมาแล้วขับชน จำคุก 20 ปี มีโทษรุนแรง รองจากความผิดฐานฆ่าคนตาย แค่นั่งไปด้วยก็ติดคุก 3 ปี
มีรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงโตเเกียว เร่งตรวจสอบรายละเอียดกรณีที่มีรายงานว่า มี 3 คนไทยเมาแล้วขับชนนักเรียนญี่ปุ่นเสียชีวิต ที่จังหวัดชิบะ ในวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่เว็ปไซด์ J-Campus ระบุบทลงโทษกฎหมายเมาแล้วขับของญี่ปุ่น ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนนมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก คนที่เดินข้ามถนนบนทางม้าลาย และจุดตัดตามปากซอย แทบจะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังยานพาหนะใด ๆ มากนัก โดยทุกแห่งที่มีทางม้าลาย และทุกแห่งที่มีจุดตัด ซึ่งไม่มีสัญญาณไฟจราจร จะมีป้ายสัญญาณจราจรสีแดง มีเส้นหยุด และตัวอักษรสีขาวบนพื้นถนน เขียนว่า ??? (tomare : จงหยุด) เพื่อให้รถจากทางโทเป็นฝ่ายหยุดเสมอ ซึ่งจะต้องเป็นการหยุดสนิท ไม่ใช่แค่ชะลอหรือลดความเร็วสาเหตุที่ทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศญี่ปุ่นลดลงอย่างต่อเนื่อง คือ นอกจากความมีวินัยของผู้ขับขี่ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเสมอภาคของเจ้าพนักงานแล้ว ตัวบทกฎหมายเองยังมีความเข้มงวดอย่างยิ่งอีกด้วย สำหรับกฎหมายเมาแล้วขับ ตามมาตรา 65 ของ พรบ การจราจร ของญี่ปุ่น ถูกยกร่างขึ้นใหม่ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน คศ.2007 เป็นต้นมา สรุปสาระสำคัญ คือวรรคหนึ่ง ห้ามขับขี่ยานพาหนะในขณะที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย วรรคสอง ห้ามให้ยืมหรือให้ใช้ยานพาหนะ แก่ผู้ที่น่าวิตกว่าจะกระทำผิดตามวรรคหนึ่ง วรรคสาม ห้ามให้สุรา หรือสนับสนุนการดื่มสุรา แก่ผู้ที่น่าวิตกว่าจะกระทำผิดตามวรรคหนึ่งวรรคสี่ ห้ามร้องขอหรือไหว้วานให้ผู้อื่นขับขี่ยานพาหนะไปส่งตนเอง โดยที่รู้อยู่แล้วว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย อีกทั้งห้ามร่วมโดยสารไปในยานพาหนะที่ขับขี่โดยบุคคลที่กระทำผิดตามวรรคหนึ่งด้วย"บทลงโทษผู้ขับขี่เมาแล้วขับ จะพิจารณาตามสภาพ ว่าไม่อยู่ในอาการที่จะควบคุมการขับขี่ได้ตามปกติ เช่น เดินเซ ตาปรือ หน้าแดงก่ำ ฯลฯ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (3.6 แสนบาท) หักคะแนน 35 แต้ม และเพิกถอนใบขับขี่ 3 ปี หากก่ออุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต จะมีความผิดในโทษฐานขับขี่อันตรายอันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี ซึ่งเป็นโทษที่หนักกว่าการขับขี่โดยประมาทอันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งกำหนดโทษไว้ไม่เกิน 7 ปี หรืออาจกล่าวได้ว่า การเมาแล้วขับและทำให้มีผู้เสียชีวิต มีโทษรุนแรง รองจากความผิดฐานฆ่าคนตายเลยทีเดียว"กรณี มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 0.15 mg ต่อลมหายใจ 1 ลิตร โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนเยน (180,000 บาท) หักคะแนน 13-25 แต้ม และยึดใบขับขี่ตั้งแต่ 90 วัน ไปจนถึงเพิกถอนใบขับขี่ 2 ปี ถ้ามีผู้ให้ยืมหรือให้ใช้ยานพาหนะ มีโทษจำคุกและโทษปรับเท่ากับผู้ขับขี่ ส่วนผู้จำหน่ายสุรา ผู้สนับสนุนให้ดื่ม หรือผู้ร่วมโดยสารมาด้วยกรณีผู้ขับขี่เมาแล้วขับ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนเยน (180,000 เยน) กรณีผู้ขับขี่มีแอลกอฮอล์ในร่างกาย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนเยน (108,000 เยน) ยกตัวอย่างเช่น ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีที่จอดรถให้บริการ และทราบได้ชัดเจนว่า ลูกค้าขับรถมาที่ร้าน ร้านอาหารนี้จะต้องไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้กับผู้ขับขี่ อีกทั้งผู้ที่นั่งรถมาด้วยก็ต้องไม่สนับสนุนให้ดื่ม และจะต้องไม่นั่งรถกลับไปด้วย มิฉะนั้น ทุกฝ่ายจะมีความผิดทั้งหมด
หากคะแนนที่ถูกหักสะสมย้อนหลัง 3 ปี รวมกันตั้งแต่ 6 คะแนนขึ้นไป จะถูกยึดใบขับขี่เป็นเวลา 30-180 วัน เว้นแต่หากเป็นการสะสมจากกระทำความผิดอันไม่รุนแรง (1-3 แต้ม) อาจได้รับผ่อนผันให้เข้ารับการอบรมผู้ปฏิบัติผิดกฎจราจรแทนการยึดใบขับขี่เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557 นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีคนไทย 3 คนขับรถชนคนญี่ปุ่นเสียชีวิตที่จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวัน ที่ 14 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ตรวจสอบกับทางการญี่ปุ่น แล้วพบเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นจริง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนคนไทยทั้ง 3 คน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
ทั้งนี้ ตามแนวปฏิบัติในการดูแลและคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศนั้น สถานเอกอัครราชทูตและ สถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ช่วยเหลือด้านการกงสุลให้กับคนไทยในต่างประเทศ รวมทั้งการดูแลให้ได้รับความเป็นธรรม ในการพิจารณาคดีหากได้รับการร้องขอ อย่างไรก็ตาม หากคนไทยถูกพิพากษาจำคุก สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่มีหน้าที่ในการเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ รวมทั้งสามารถดำเนินการช่วยเหลือและพิจารณาความเป็นไปได้ในการขอลดโทษ และประสานงานในการที่ผู้ต้องโทษจะขออภัยโทษในกรณีประหารชีวิต โดยการช่วยเหลือจะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบหรือกฎหมายของประเทศที่ไปทำความผิดและขึ้นอยู่กับความร่วมมือและความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศนั้นๆ