สนช. ผ่าน พ.ร.บ.งบฯ วาระแรกฉลุย
18 ส.ค. 2557 | wanchat

18 ส.ค. 2557 - สนช. ผ่าน พ.ร.บ.งบฯวาระแรกฉลุย "ประยุทธ์"ลุกถาม "มีใครไม่เห็นชอบไหม"
ข่าว
18 ส.ค. 2557 | wanchat

18 ส.ค. 2557 - สนช. ผ่าน พ.ร.บ.งบฯวาระแรกฉลุย "ประยุทธ์"ลุกถาม "มีใครไม่เห็นชอบไหม"
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. ) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณรายจ่าย 2558 ในวาระที่ 1 มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีสมาชิกลงชื่ออภิปรายจำนวน 17 คน ให้เวลาอภิปรายคนละ 10 นาที ซึ่งจะไม่มีการโอนเวลา หรือสลับลำดับการอภิปราย หากใครไม่อยู่ก็จะถือว่าสละสิทธิ์ โดยสมาชิกได้มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง ต่างสนับสนุนและชื่นชมในหลักการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. ที่มีการน้อมนำพระราชดำรัช เศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการตั้งงบประมาณ และมีการนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 มาใช้ในการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 อีกด้วย
โดยนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สนช. อภิปรายถึงยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่น ด้านแผนงานปรองดอง โดยหยิบยกการใช้งบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม จำนวน 54 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 296 ล้านบาท และกระทรวงแรงงาน 26 ล้านบาท ซึ่งตนเห็นว่ากลไกสำคัญอีกส่วนในการสร้างความปรองดองที่ถูกลืมในการจัดสรรงบประมาณคือกรมการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ที่ขณะนี้ดูแลประชากรถึง 1.6 ล้านคน ซึ่งจะช่วยสร้างความปรองดองในระดับรากหญ้าได้อีกทางหนึ่ง
ด้านนายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณที่ผ่านมามีปัญหาเพราะข้าราชการมีการตั้งงบเผื่อให้นักการเมือง ส.ส. ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการประจำ ซึ่งการตั้งงบประมาณในครั้งนี้ ตั้งจากกรม กระทรวง จึงไม่จำเป็นต้องตั้งงบไปตามจังหวัดต่างๆ แบ่งให้กับนักการเมือง ที่มักจะไปแฝงอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะงบด้านการก่อสร้าง ที่มักมีการเรียกกินงบประมาณอยู่ที่ 20 30% จึงเสนอให้มีการเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันการทุจริตมากกว่านี้ โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น
ขณะที่สนช.ได้เสนอแนวคิดในด้านต่างๆ ทั้งให้มีกระบวนการในการเพิ่มรายรับให้มากขึ้น เพราะงบประมาณทุกปีมีการตั้งขาดดุลไว้ นอกจากนี้ยังอยากให้มีการจัดสสรรรเรื่องทรัพย์กรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการพัฒนาวิทยศาสตร์ เทคโนยีและนวัตกรรม เรายังขาดความรู้มาก ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จ และเรื่องโครงการต่างๆที่ลงพื้นที่ภาคใต้มากมาย อยากให้งบประมาณเหล่านี้ลงใต้อย่างพร้อมเพียงเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งต้องทำงานควบคู่กันไป ทั้งเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างพื้นฐาน เรื่องพืชผล ส่วนตัวเลขไม่ติดใจ เพราะต้องปรับตัวเลขขึ้นลงตามเศรษฐกิจ แต่ต้องนำเงินไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า ตนและคณะคสช. ได้นั่งฟังข้อคิดเห็นซึ่งเป็นประโยชน์ จากการบริหารมา 4-5 เดือน ปัญหาทั้งหมดเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จะทำให้ได้ ความคาดหวังของตนจะทำให้สำเร็จเท่าที่ทำได้ที่สุด จึงอยากช่วยทำปฎิรูปให้ได้ เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ทุกอย่างต้องแก้ไขด้วยการปฎิรูป ท่านไปพูดทางนู้น ทางตนทำอยู่แล้ว ตนไม่ได้อ่านอย่างเดียว แต่กำหนดให้เขาทำ มีการประชุมนำแผนต่างๆ อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ อะไรทำได้ก็ทำ ขั้นตอนในการปฎิบัติ ในกรรมมาธิการไปปรับแก้เอา ร่วมรับผิดชอบด้วยแล้วกัน ทุกคนต้องการหมด แต่จะเอาเงินที่ไหน วันนี้การต่อต้านยังมีอยู่ข้างนอก มีทุกที่รอเวลา ที่ไปไม่ได้ ตนว่าจะทำได้หรือไม่ 1 ปี เพราะปัญหามีมา 20 ปี แต่ขอเว้นช่องว่างตรงนี้ให้ตน ตนวางอนาคตไปตรงนี้ ทุกอย่างคิดให้หมดโดยสมองทหาร
ผมไม่อยากสร้างภาระ ไม่กู้เงิน ปีหน้าปีเดียว จะทำทุกอย่างที่ควรทำ หาปัญหาให้ชัด หาวิธีการแก้ปัญหา กำหนดโรดแม็พอย่างไร และทำอย่างไรที่มาจากการเลือกตั้งเขาจะทำ อย่าบอกว่าคสช. แก้ทั้งหมด ผมไม่ใช่เทวดา ท่านต้องร่วมกับผม ถ้าพูดและทำไม่ได้ ผมก็ต้องรับผิดชอบด้วย สิ่งแรกที่ต้องแก้คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทำยังไงจะเดินไปข้างหน้าได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่าตลอดการชี้แจงพล.อ.ประยุทธ์ก็ได้พูดด้วยเสียงอันดัง และมีท่าทีคล้ายอาการฉุนเฉียว ขณะที่ สนช. ต่างก็อยู่ในความสงบ
ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวในระหว่างการขอบคุณว่า "มีใครมีปัญหาอะไรหรือไม่" และเมื่อพูดใกล้จนก็ได้ถามอีกว่า "มีใครไม่เห็นชอบหรือไม่" โดยในห้องประชุมต่างยิ้มและมอง หน้ากันไปมา
จากนั้นเวลา 15.30 น. ได้มีการลงมติเห็นชอบรับหลักการร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2558 ด้วยคะแนน 183 งดออกเสียง 3 และตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 50 คน แปรญัตติใน 7 วัน โดยให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 5 ก.ย. และสรุปรายงานให้เสร็จ ภายในวันที่ 11 ก.ย.และเสนอเข้าสู่ที่ประชุมในการพิจารณาวาระในวันที่ 17-18 ก.ย.
ต่อมานายพรเพชร ได้นัดประชุมสนช.นัดต่อไปวันที่ 21 ส.ค. เวลา 10.00 น. โดยก่อนปิดประชุมประธานที่ประชุม ได้กล่าวขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ และคณะที่ร่วมรับฟังอภิปราย ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์และคณะ จะลุกขึ้นยกมือไหว้ ขอบคุณ ทำให้สมาชิกในที่ประชุม ต่างปรบมือให้พล.อ.ประยุทธ์ และปิดประชุมในเวลา 15.40 น.