ประธานาธิบดีกู้ดลัค โจนาธาน ของไนจีเรีย ประกาศให้การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นภาวะฉุกเฉินระดับชาติแล้ว และอนุมัติเงินช่วยเหลือราว 11 ล้านดอลล่าร์เพื่อรับมือ รวมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนชาวไนจีเรียรายงานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้เคียงทราบทันทีที่พบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ แต่เตือนไม่ให้เผยแพร่ข่าวลือที่อาจทำให้ทั้งประเทศหวาดผวา
ไนจีเรียนับเป็นประเทศที่ 4 ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกที่เกิดการระบาดของอีโบลา หลังจากกินี ไลบีเรีย และเซียล่ารีโอนที่ระบาดมาก่อนหน้านี้ เนื่องจากพลเมืองสัญชาติสหรัฐฯ-ไลบีเรีย คนหนึ่งซึ่งติดเชื้อเดินทางไปยังกรุงลากอส เมืองหลวงของไนจีเรีย หลังบินมาจากไลบีเรียและแวะพักเครื่องที่โตโกเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และเสียชีวิต 4 วันให้หลัง
ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC กล่าวเมื่อวานนี้ เตรียมที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญและเครื่องไม้เครื่องมือลงพื้นที่ที่กรุงลากอสแล้ว เนื่องจากลากอสเป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปแอฟริการองจากกรุงไคโรของอิยิปต์
การประกาศภาวะฉุกเฉินของไนจีเรีย เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังองค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อวานนี้ให้การระบาดของอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ โดยองค์การอนามัยโรคระบุว่า ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตแล้ว 961 ราย และมี 2 รายที่เสียชีวิตในไนจีเรีย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 1,779 คน ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 68 ราย และเสียชีวิตอีก 29 ราย
การตัดสินใจล่าสุดของ WHO อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าอาจมีการประกาศมาตรการขั้นต่อไปในการจำกัดการเดินทางทั่วโลก เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด
ที่ผ่านมา WHO เคยประกาศภาวะฉุกเฉินเช่นเดียวกันนี้ตอนที่มีการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในปี 2552 และการระบาดของโปลิโอเมื่อเดือน พ.ค.