เนชั่นทีวี

ข่าว

เผยผู้ได้รับรางวัลงาน "มหิดล-วันแม่"ประจำปี ๒๕๕๗

08 ส.ค. 2557 | wanchat

เผยผู้ได้รับรางวัลงาน "มหิดล-วันแม่"ประจำปี ๒๕๕๗

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พีระ สิทธิอำนวย รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและสภามหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานแถลงข่าวประกาศผลรางวัล แม่สู้ชีวิตแม่ ๑๐๐ ปีแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ แม่จิตใส ใจสีขาว


ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติในงาน มหิดล - วันแม่ประจำปี ๒๕๕๗ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจัดขึ้นเป็นปีที่ ๒๙ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาวิธีการคัดเลือกแม่ดีเด่นประเภทต่างๆ นั้น มหาวิทยาลัยมหิดล จะเริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบและส่งข้อมูลรายละเอียดของแม่เข้ามายังมหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้น คณะกรรมการในแต่ละชุดจะดำเนินการพิจารณากลั่นกรองในขั้นตอนแรก เมื่อคัดเลือกได้แล้วจะมีทีมงานออกไปสำรวจสภาพความเป็นจริง สัมภาษณ์แม่ที่ผ่านรอบแรกเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม จากนั้นจึงจะนำข้อมูลมาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งคณะกรรมการแต่ละชุดมีการทำงานอย่างรอบคอบ ดังนั้นแม่ที่ได้รับรางวัล จากงาน มหิดล- วันแม่ จึงมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของรางวัล สมควรแก่การเชิดชู เป็นตัวอย่างของผู้หญิง ที่มีบทบาทของความเป็นแม่อย่างดียิ่ง
รางวัลแม่สู้ชีวิต จัดขึ้นเพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูกตลอดมา ลูกของแม่สู้ชีวิตไม่จำเป็นต้องประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยการมีตำแหน่งหน้าที่การงานหรือมีการศึกษาสูง ลูกอาจเป็นเด็กพิการ แต่แสดงให้เห็นว่า ด้วยความรัก ด้วยจิตใจ และสองมือของแม่ได้โอบอุ้มให้ลูกสู้ชีวิตอยู่ได้ รางวัลมี ๒ ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ และ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ โดยในปีนี้มีผู้เสนอชื่อจำนวน ๙๒ รายทั่วประเทศ โดยมีผู้ได้รับคัดเลือก ดังนี้รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ
- รางวัลแม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคเหนือ ได้แก่ คุณแม่สมพร คตสุข อายุ ๖๒ ปี จังหวัดอุตรดิตถ์ มีบุตรชาย ๓ คน ประกอบอาชีพทำนา และขายผัก โดยผักที่นำมาเร่ขายจะเป็นผักที่ปลูกเอง ต่อมาเมื่อบุตรชายเข้าโรงเรียน รายจ่ายมากขึ้นลำพังขายเพียงผักที่ปลูกเองไม่เพียงพอ แม่สมพรจึงต้องไปซื้อผักที่ขายส่งมาขายร่วมด้วยเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทุกวันแม่สมพรจะเตรียมอาหารเช้าและอาหารเที่ยงใส่ปิ่นโตให้ลูกไปกินที่โรงเรียน หลังจากนั้นแม่สมพรจะไปเก็บผักและจัดผักตั้งแต่เช้า แล้วนำไปขายตั้งแต่เที่ยงจนถึงสองทุ่ม ทำเช่นนี้ทุกวันไม่มีวันหยุด และไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ในขณะเดียวกับที่ต้องเลี้ยงดูบุตรชายทั้งสามที่ยังเล็กก็ต้องดูแลคุณยายที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย ทุกวันเมื่อเลิกเรียนบุตรชายจะไปช่วยแม่ขายผัก นอกจากนี้แม่สมพรยังสอนให้บุตรชายมีความรับผิดชอบ รู้จักช่วยแบ่งเบาภาระแม่ แต่วิกฤติของแม่ก็ยังเกิดเพิ่มขึ้น นั่นคือ การที่แม่สมพร พบว่าตนเองป่วยเป็นโรคที่ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก ทำให้ต้องมีรายจ่ายในเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นภาระเพิ่มขึ้นอีก แม่สมพร จึงต้องใช้ความอดทนทั้งในเรื่องการรักษาโรคร้ายและการหาเงินมาดูแลจุนเจือครอบครัว จนทำให้มีหนี้สินเกิดขึ้น แต่บทบาทของความเป็นแม่ก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย ทุกวันนี้บุตรทั้งสามของแม่สมพร สร้างความภาคภูมิใจให้แม่สมพรเป็นอย่างยิ่ง บุตรทั้งสามไม่เคยทอดทิ้งแม่ ดูแลเอาใจใส่แม่อย่างดี ทำให้แม่มีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคร้ายเพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่กับลูกให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
- รางวัลแม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคกลาง ได้แก่ แม่มณี รุ่งมโน อายุ ๗๖ ปี จังหวัดชลบุรี มีบุตรธิดา ๘ คน อาชีพช่างเสริมสวย แม่ทำงานหนัก จนบางวันไม่ได้พัก ลูกๆ ต้องยอมออกจากโรงเรียนในระบบ เพื่อมาเป็นลูกมือแม่ ช่วยทำผมให้ลูกค้า แล้วเรียนต่อ กศน. ในภายหลัง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่ ด้วยความตรากตรำ วันนี้แม่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลเพื่อล้างไตทุกสองอาทิตย์ ถึงแม้แม่จะป่วยแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการสร้างความดี แม่ตั้งชมรมอาสาพันธุ์ R เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมโดยใช้ทุนส่วนตัวและเงินบริจาค ช่วยเหลือผู้ป่วย นักเรียนและผู้ด้อยโอกาส โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แม่ยังสั่งสอนให้ลูกมีความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบ ลูก ๔ คนจบปริญญาโท ทำให้วันนี้แม่ภาคภูมิใจที่ลูก ๆ ทุกคน ประสบความสำเร็จในชีวิต ความรักที่แม่มีแต่ลูกว่ายิ่งใหญ่แล้ว แต่สิ่งที่แม่มอบให้ต่อสังคมกลับยิ่งใหญ่กว่า
- รางวัลแม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคใต้ ได้แก่ แม่จ่าย บุษย์เพชร อายุ ๗๖ ปี จังหวัดกระบี่ มีบุตรธิดา ๗ คน ตลอดชั่วชีวิตแม่ทำงานหนัก หวังเพียงเพื่อให้ลูกๆ มีอนาคตที่ดีในชีวิตข้างหน้า แม่จ่าย บุษย์เพชร ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร แต่ละวันแม่มีเวลาพักผ่อนเพียง ๒ - ๓ ชั่วโมง แม่ตื่นนอนตั้งแต่ ๕ ทุ่ม เดินเท้าเปล่าไป - กลับ รวมระยะทางประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เพื่อไปกรีดยางพารา ระหว่างทางเป็นป่ารก ต้องผ่านเนินเขา แม่แบกน้ำยางพารา ๒ ถัง มีน้ำหนัก ๓๐ กิโลกรัม แม่จึงลื่นไถลหกล้มหน้าคะมำน้ำยางราดรดตัวขาวโพลนไปทั้งตัว แม่กินข้าวมื้อเช้าเป็นข้าวมื้อเที่ยง ส่วนข้าวมื้อเที่ยง กลายเป็นข้าวมื้อค่ำ บ้านที่แม่พักอาศัยอยู่กับลูก ๆ เป็นเพียงบ้านเพิงเล็ก ๆ มีแค่ไม้ค้ำยัน จนกระทั่งวันหนึ่งแม่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมให้ลูก ต้องไปหาหยิบยืมญาติพี่น้อง และไม่มีใครให้ยืม แม่จึงคิดถึงป้าที่เคารพท่านหนึ่ง เขาให้แม่ยืมเงิน ๓,๐๐๐ บาท แม่ดีใจมาก เดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้มท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักแม่ต้องข้ามคลอง แม่นำเงินที่ได้พันใส่ผ้าและโพกหัวไว้ เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น กระแสน้ำไหลเชี่ยวหมุนวน พัดพาแม่ไปไกล แม่คิดว่าคงจะไม่ได้เจอหน้าลูก ๆ แล้ว ด้วยบุญบารมีที่แม่เคยสร้างไว้ พัดแม่ไปเจอท่อนซุง แม่จึงกอดท่อนซุงไว้ จนทำให้แม่ปลอดภัย ความรัก ความอดทน ความแข็งแกร่งของแม่ หล่อหลอมให้ลูก ๆ ทุกคนมีอนาคตที่ดีในวันนี้
- แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกปกติ ภาคอีสาน ได้แก่ แม่เกษณีย์ สุระเสียง อายุ ๗๗ ปี จังหวัดนครพนม ในชีวิตของคำว่า แม่ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะทำให้มีความสุขไปได้ นอกจากเห็นความสำเร็จของลูก ๆ แม่เกษณีย์ สุระเสียง มีบุตรธิดา ๑๐ คน ประกอบอาชีพเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้า แม่อาศัยอยู่กับสามีที่ค่ายสนามบ้านดอนกลาง บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่าทึบ อาศัยอยู่ภายในกระต๊อบหลังเล็ก ๆ มีสภาพไม่ทนต่อลมฟ้าลมฝน สามีมีอาชีพเป็นตำรวจตระเวนชายแดนต้องไปปฏิบัติราชการต่างจังหวัด จึงไม่สามารถที่จะดูแลแม่ และลูก ๆ ทั้ง ๑๐ คนได้ ภาระหนักจึงตกไปอยู่ที่แม่เพียงคนเดียว ทุกวันแม่ทำอาหารให้ลูก และส่งลูกไปโรงเรียน แม่ตัดเย็บเสื้อผ้าให้ลูกใส่เอง วันหยุดยังพาลูก ๆ ไปรับจ้างเกี่ยวข้าว เพื่อหวังความเอ็นดูจากชาวบ้านให้ข้าวเปลือกมาสีเป็นข้าวสารเลี้ยงลูก แม่ยังรับจ้างตัดเย็บเสื้อผ้า ได้ค่าแรงวันละ ๓ บาท นำมาเป็นค่ากับข้าว และปลูกผักสวนครัวนำไปขายบ้าง ไว้รับประทานเองบ้าง แม่สอนให้ลูกทุกคนรู้จักการให้ แบ่งปัน และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นคนดีในสังคม การอบรมบ่มเพาะขัดเกลาลูกให้เป็นคนดีด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูก ส่งผลให้ลูกทุกคนของแม่ มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีและประสบความสำเร็จในชีวิต
รางวัลแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ
- แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ ภาคเหนือ ได้แก่ แม่กุลยา เดชพงษ์ อายุ ๕๓ ปี จังหวัดพิษณุโลก มีบุตรธิดา ๓ คน ประกอบอาชีพเป็นพยาบาล บุตรคนสุดท้องซึ่งเป็นบุตรสาวมีอาการออทิสติกและความพิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิด แม้แพทย์ที่ทำการรักษาจะแจ้งให้ทราบว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะแก้ไขให้สายตาของบุตรสาวกลับมามองเห็นได้ แม่ก็เพียรพยายามเสาะหาโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่คาดหวังว่าจะสามารถรักษาสายตาของบุตรสาวได้ แม้แพทย์ที่ทำการรักษาจะแจ้งว่าโอกาสที่จะแก้ไขมีน้อยมากและเมื่อผ่าตัดแล้วผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือ จะสามารถมองเห็นได้เพียงเลือนลางเท่านั้น แม่ก็ไม่ละความพยายามโดยหวังว่าอาจมีปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้บุตรสาวมองเห็นได้ ทุกสัปดาห์ แม่ต้องเดินทาง-ไปกลับพิษณุโลก-กรุงเทพฯ เพื่อพาบุตรสาวเข้ารับการรักษาและผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ ติดต่อกันนานถึง ๒ ปี จนในที่สุดก็ทำให้ทราบว่าไม่มีทางรักษาได้ แม่จึงไปติดต่อกับโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ลูกมีโอกาสได้เล่าเรียนเหมือนเด็กทั่วไป แต่เนื่องจากลูกสาวมีอาการออทิสติกทำให้คุณแม่ต้องจัดเตรียมพี่เลี้ยง ไปอยู่กับบุตรสาว ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็เพิ่มตาม โดยที่แม่ต้องรับภาระอันใหญ่หลวงนี้เพียงผู้เดียว แม้ปัจจุบันนี้บุตรสาวคนเล็กจะอายุ ๒๑ ปี แล้วก็ตาม ทุกเช้าก่อนไปทำงาน แม่จะต้องอาบน้ำป้อนข้าวลูก และพักเที่ยงแม่ก็จะรีบกลับบ้านเพื่อป้อนข้าวกลางวัน ทำเช่นนี้มานานกว่า ๒๐ ปี โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท้อถอย หรือน้อยใจในโชคชะตา และในขณะเดียวกันบุตรอีก ๒ คน แม่ก็เอาใจใส่ดูแลห่วงใยไม่ต่างกัน จะพร่ำสอนให้พี่น้องรักและดูแลกัน สอนให้บุตรทั้งสองเป็นคนดี และมีความรับผิดชอบ บุตรทั้งสองจึงมีความรักและห่วงใยน้อง และช่วยแบ่งเบาภาระของแม่ในการดูแลน้องโดยที่ไม่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ แต่เป็นสิ่งที่พึงกระทำ
- แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ ภาคกลาง ได้แก่ แม่วิมาลัย เครือคช อายุ ๖๑ ปี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีบุตรธิดา ๓ คน ลูกคนสุดท้องมีแขนขาพิการ มือผิดปกติขาแป แม่มีฐานะยากจน อีกทั้งสามีเสียชีวิต จึงต้องเลี้ยงดูบุตรทั้ง ๓ คน เพียงลำพัง แม่จึงรับจ้างทำงานทุกอย่าง ตั้งแต่ เป็นกรรมกรก่อสร้าง รับจ้างเลี้ยงควาย ขับเรือรับจ้าง เก็บหอย ทำนา ปลูกผัก ตลอดจนเก็บขวดเก็บลังกระดาษขาย เพื่อให้ลูกมีข้าวกินอิ่ม เงินค่าจ้างที่ได้มาแม่ก็จะใช้อย่างประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ไม่จำเป็น เช่น แม่จะเย็บเสื้อผ้าให้ลูก ๆ ใส่ เมื่อแม่ตั้งท้องบุตรสาวคนเล็ก แพทย์ที่ไปฝากครรภ์แจ้งว่า ทารกในครรภ์มีร่างกายที่ผิดปกติ แม่ก็ไม่คิดที่จะทำแท้งและยอมรับได้แม้ลูกที่เกิดมาจะพิการ และเมื่อคลอดบุตร แม่ต้องเดินทางไป-กลับอยุธยาและโรงพยาบาลศิริราชทุกสัปดาห์ เพื่อพาบุตรสาวไปผ่าตัดแก้ไขอาการพิการที่โรงพยาบาลศิริราช แม่ทำกายภาพให้บุตรสาวอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สภาพร่างกายของบุตรสาวดีขึ้นตามลำดับ แม้บุตรสาวคนเล็กจะพิการ แต่ก็ได้รับการยอมรับบรรจุเข้าทำงานในโรงงานใกล้บ้าน ทำให้ชีวิตทุกวันนี้ของแม่ดีขึ้น แม่และบุตรทั้งสามมีบ้านเป็นของตัวเองที่ลงมือสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของแม่และลูก แม่ยังคงทำงานด้วยการรับจ้างเย็บผ้า และเก็บขวดเก็บลังกระดาษขาย เพื่อที่แม่จะมีรายได้ไม่ต้องรบกวนลูกๆ ทุกวันนี้บุตรธิดาของแม่แม้ไม่ได้มีโอกาสเล่าเรียนสูงๆ แต่ทุกคน ก็เป็นคนดี มีการงานที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีความรักเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน ทำให้แม่วิมาลัยบอกว่า ชีวิตทุกวันนี้ดีใจและภูมิใจสำหรับการที่ได้เกิดมาเป็นแม่ของลูกทั้งสามคน- แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ ภาคใต้ ได้แก่ แม่จรรวมล แพ่งโยธา อายุ ๔๙ ปี จังหวัดนครศรีธรรมราช มีบุตรชาย ๑ คน ประกอบอาชีพเป็นพยาบาล และเป็นวิทยากร น้องพันพันเป็นแก้วตาดวงใจของแม่ จนกระทั่งลูกอายุ ๘ เดือน แม่สังเกตเห็นสายตาลูกสั่น ๆ และบางครั้งแขนขาอ่อนแรง หลังจากนั้นแพทย์วินิจฉัยว่าลูกเป็น กลุ่มโรค MELAS เป็นกลุ่มอาการที่พบน้อยมาก โดยร่างกายจะใช้พลังงานของกล้ามเนื้อตนเอง เกิดอาการชัก เกร็ง สมองฝ่อ และรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าโรคของลูกจะไม่มีหนทางรักษา แม่ตั้งจิตอธิษฐานว่า เมื่อลูกมาอยู่กับแม่แล้ว จะรักษาลูกด้วยความรักของแม่เอง ในช่วงพักเที่ยงแม่จะรีบกลับบ้านไปดูแลลูกทุกครั้ง ลูกแม่ไม่สามารถออกไปเล่นนอกบ้านได้ ไม่ได้เรียนหนังสือ แม่จึงเป็นทั้งแม่และเป็นทั้งครู จัดหาอุปกรณ์ สื่อต่าง ๆ มาฝึกสอนลูก เช่น สอนระบายสี อ่านนิทานให้ฟัง ฝึกให้ลูกสวดมนต์ แม่ไม่เคยบ่น ไม่เคยเหนื่อย ไม่เคยดุลูก เพียงแต่อยากบอกว่า เขาคือ สายเลือด ที่หล่อหลอมมาจาก กายและใจของเรา จงภูมิใจ และดูแลลูกให้ดีที่สุด ก่อนที่จะไม่มีคนมาเรียกเราว่า แม่- แม่สู้ชีวิต ประเภทแม่ของลูกพิการ ภาคอีสาน ได้แก่ แม่วันทอง นาควิจิตร อายุ ๗๓ ปี จังหวัดสกลนคร มีบุตรธิดา ๕ คน มีอาชีพทำนา มีฐานะยากจน อีกทั้งสามีเสียชีวิต หลังจากนั้นลูกชายทั้งสามคนก็ช่วยเหลือแม่ทำงานได้บ้าง แม้จะไม่มากเท่าไหร่ แต่ลูกชายคนที่ ๔ ของแม่มีความบกพร่องทางสติปัญญาตั้งแต่กำเนิด ถึงจะไปโรงเรียนได้แต่ก็เรียนกับเพื่อนไม่รู้เรื่อง ถึงลูกจะไม่ปกติเหมือนคนอื่น ๆ เขา แม่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก แม่ไม่เคยย่อท้อต่อความลำบาก ในบางครั้งได้ปลาตัวใหญ่มาก็ไม่ได้กิน ต้องเอาไปแลกอาหารกับข้าวสารเพื่อประทังชีวิต แม่เคยแอบนอนร้องไห้เพราะไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน ทุกวันนี้ลูกชายคนที่สี่ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา อายุ ๓๙ ปี สามารถแบ่งเบาภาระแม่ได้ ช่วยแม่ทำนา ได้ค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาท แม่วันทองเป็นคนที่มีจิตใจดี อารมณ์ดี ยิ้มให้กับทุกเรื่องราวที่ผ่านมา แม่ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรจะมอบให้ลูก มีแต่คำสั่งสอนเตือนใจลูก ๆ เสมอว่า ต้องขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ และอดทน สอนลูก ๆ ให้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิตรางวัลแม่ ๑๐๐ ปี จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่แม่ที่มีอายุยืนยาวถึง ๕ แผ่นดิน และเพื่อเป็นข้อมูลวิชาการทางประชากรศาสตร์เกี่ยวกับความยืนยาวชีวิตของประชากรไทย รวมทั้งเป็นข้อมูลให้ศึกษาเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตและการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของแม่ที่มีอายุ ๑๐๐ ปีขึ้นไปเหล่านี้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นหลังต่อไป โดยในปีนี้มีผู้เสนอชื่อจำนวน ๘๐ รายจากทั่วประเทศ มีผู้ได้รับคัดเลือก จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้- แม่ ๑๐๐ ปี ภาคเหนือ ได้แก่ แม่สุณีย์ เสน่หา อายุ ๑๐๑ ปี จังหวัดพิษณุโลก มีบุตรธิดา รวมกัน ๒ คน ลูกสาวคนโตเสียชีวิตแล้วเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา ส่วนคนที่สองเป็นบุตรชาย ปัจจุบันอายุ ๕๘ ปี มีหลาน ๗ คน เหลน ๘ คน อาชีพเดิมขายขนมจีน และกับข้าวสำเร็จต่างๆ คุณแม่สุณีย์สามารถเดินไปมาในบ้านได้เองโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า อาบน้ำ กินข้าวได้ด้วยตัวเอง หุงข้าวเลี้ยงสุนัข กวาดบ้าน และซักเสื้อผ้าของตนเอง อาหารที่ชอบรับประทาน คือ เนื้อปลา น้ำพริก ผักจิ้ม แกงส้ม- แม่ ๑๐๐ ปี กรุงเทพมหานคร มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน ๒ ราย ดังนี้ - แม่อัมพร กลั่นมาลี อายุ ๑๐๕ ปี มีบุตรธิดา รวมกัน ๕ คน ปัจจุบันบุตรคนโต อายุ ๗๕ ปี บุตรคนสุดท้องอายุ ๖๒ ปี คุณแม่อัมพรเป็นแม่บ้านดูแลสั่งสอนอบรมลูก ๆ ทุกคนให้เป็นคนดี แม่เป็นคนเจ้าระเบียบ ทำอาหารเก่ง รสมือดี สุขภาพดี สามารถอาบน้ำเองได้ เข้าห้องน้ำเองได้ ตามองเห็นได้ดี หูได้ยินชัดเจน รับประทานอาหารได้ทุกอย่าง อาหารที่ชอบมากที่สุด คือ ปูม้า ปูนึ่ง - คุณแม่อนงค์ นิตย์พิบูลย์ อายุ ๑๐๔ ปี มีบุตรสาว รวมกัน ๔ คน ลูกสาวคนโตเสียชีวิตแล้วเมื่อ ๒๕ ปีที่ผ่านมา บุตรคนสุดท้องอายุ ๖๘ ปี อาชีพเดิมค้าขาย ทำขนมผิง คิดค้นสูตรการทำทอฟฟี่ ยี่ห้ออนงค์ทิพย์ คุณแม่อนงค์มีความจำดี พูดจาฉะฉานชัดเจน ร้องเพลงได้ แนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษได้ อารมณ์ดี คุยเก่ง ยิ้มเก่ง รับประทานอาหารเองได้ อาหารที่ชอบมากที่สุด คือ ขนมจีนน้ำยา- แม่ ๑๐๐ ปี ภาคกลาง ได้แก่ นางแป้น สนสิน อายุ ๑๐๕ ปี จังหวัดนครปฐม มีบุตรธิดา รวมกัน ๒ คน ลูกชายคนโตเสียชีวิตเมื่อ ๓๐ ปีที่ผ่านมา บุตรคนสุดท้องอายุ ๗๒ ปี อาชีพเดิมเป็นเกษตรกร ทำนา ปลูกข้าว แม่แป้นชอบดูกีฬา เช่น มวย และฟุตบอล รับประทานอาหารเองได้ อาบน้ำเองได้ เดินได้โดยไม่ใช้ไม้เท้า อาหารที่ชอบมากที่สุด คือ ปลาทอด ปลาแดดเดียว- แม่ ๑๐๐ ปี ภาคใต้ ได้แก่ แม่เน๊าะ โส๊ะและ อายุ ๑๐๕ ปี จังหวัดสงขลา แม่เน๊าะ โส๊ะและ มีบุตรธิดา รวม ๓ คน ปัจจุบันบุตรคนโต อายุ ๘๔ ปี บุตรคนสุดท้องอายุ ๖๔ ปี อาชีพเดิมทำนา แม่เน๊าะ เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มเก่ง รับประทานอาหารเองได้ ตามองเห็นได้ดี ส่วนหูได้ยินชัดเจน อาหารที่นิยมกินเป็นประจำ คือ น้ำพริก ผักสด- แม่ ๑๐๐ ปี ภาคอีสาน ได้แก่ แม่ใบ คำก้อน อายุ ๑๐๓ ปี จังหวัดอุบลราชธานี มีบุตรธิดา รวม ๑๓ คน ปัจจุบันบุตรคนโตอายุ ๘๑ ปี บุตรคนสุดท้องอายุ ๕๒ ปี มีหลาน ๔๕ คน และมีเหลน ๕๐ คน อาชีพเดิมทำนา แม่ใบ เป็นคนอารมณ์ดี รับประทานอาหารเองได้ ตามองเห็นได้ดี หูได้ยินชัดเจน แปรงฟันเอง เพราะยังมีฟันแท้เหลืออยู่ ชอบกินหมาก ส่วนผสมมีหมากและแก่นคูณ อาหารที่นิยมกินเป็นประจำ คือ ปลานิล หรือปลาช่อนบดให้ละเอียด และข้าวเหนียว
รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดตั้งขึ้นตามแนวคิดที่ว่า สิ่งแวดล้อมดีเริ่มต้นที่แม่คัดเลือกแม่ที่มีบทบาทในการสนับสนุนให้ลูกเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่ดี และเป็นแม่ที่มีบทบาทสนับสนุนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสังคมอย่างเด่นชัด โดยในปีนี้มีผู้ได้รับคัดเลือกจำนวน ๓ ราย ดังนี้- รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคเหนือ ได้แก่ แม่อรุณพร นุปา อายุ ๕๑ ปี จังหวัดลำพูน แม่อรุณพรเป็นผู้นำระบบการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากการผลิตไบโอแก๊ส จากมูลสัตว์ และได้รับทุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก นำชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าไม้ ๑๖๙ ไร่ และป่าอนุรักษ์ ๑,๕๐๐ ไร่ แม่สอนให้ลูกมีความขยัน อดทน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า - รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคกลาง ได้แก่ แม่นิรมล เพียโคตร อายุ ๕๓ ปี จังหวัดปราจีนบุรี แม่นิรมลเป็นผู้นำในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์โดย เริ่มต้นจากที่ดินว่างเปล่า แม่ยังจัดตั้งกลุ่มรณรงค์ไม่ให้ตัดต้นไม้ใหญ่ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และยังเป็นแกนนำช่วยบำบัดกลิ่นและน้ำเสียจากลานมันด้วยน้ำหมัก แม่ปลูกฝังให้ลูกมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของแม่- รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคใต้ ได้แก่ แม่จำเนียร โลกวิจิตร อายุ ๖๒ ปี จังหวัดนครศรีธรรมราช แม่จำเนียรได้ร่วมมือกับตำรวจตระเวนชายแดนในหมู่บ้านดูแลรักษาป่า จนได้รับรางวัลพระราชทานธง พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต แม่ยังประสานงานกับนายอำเภอเพื่อจับกุมกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอ่าวอ้ายยอ ซึ่งเป็นป่าที่สมบูรณ์และเป็นป่าต้นน้ำของหมู่บ้าน แม่สอนลูกไม่เบียดเบียนสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ สอนให้ลูกสร้างสุขให้แก่ผู้อื่นเพื่อเป็นการตอบแทนแม่ที่ได้ทุ่มเททำงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง มีจิตมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ นี้จึงได้เพิ่มรางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยปีนี้มีผู้ได้รับรางวัล จำนวน ๒ ราย ดังนี้- รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคกลาง ได้แก่ แม่จินตนา แก้วขาว อายุ ๕๒ ปี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แม่จินตนาเป็นแม่ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่แม่สู้เพื่อบ้านเกิดเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ จนไม่สามารถสร้างในพื้นที่บ้านกรูดได้แล้ว ยังได้ช่วยผลักดันให้พื้นที่ป่าพรุชุ่มน้ำขนาดใหญ่ขึ้นทะเบียนเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติและผลักดันเป็นพื้นที่แรมซาร์ ขณะเดียวกันยังได้ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ฯ ผลักดันพื้นที่ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด- รางวัลแม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคอีสาน ได้แก่ แม่กานดาภร ไชยปากดี อายุ ๔๙ จังหวัดหนองคาย แม่กานดาภรทำงานด้านการเกษตรและมีการพัฒนาต่อยอดการเพาะเห็ดและ ขยายการผลิตเพิ่มมากขึ้น ตลอดจนชักชวนเพื่อบ้านที่มีอาชีพเหมือนกันให้เข้ามาเรียนรู้และมีการระดมทุน จนเกิดเป็นสถาบันการเงินชุมชน แม่เป็นแบบอย่างที่นำพาชุมชนให้เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาภาพรวมเรื่องการบุกรุกที่ดินการสร้างแพในพื้นที่ชุ่มน้ำจนสำเร็จรางวัลแม่จิตใส ใจสีขาว ประจำปี ๒๕๕๗ เป็นรางวัลที่วิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินการคัดเลือกจากแม่ผู้ยึดหลักคำสอนในศาสนา เลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี และทำประโยชน์ต่อสังคม โดยในปีนี้มีผู้ได้รับคัดเลือก คือ แม่ซาปีย๊ะ พิศสุวรรณ อายุ ๘๗ ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช แม่ซาปีย๊ะมีบุตรธิดารวมกัน ๑๑ คน แม่สอนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานมานานกว่า ๗๐ ปี สอนวันละ ๔ เวลา ในตอนเช้า เย็น ค่ำ และดึก ในวันหยุดตอนเย็นแม่ยังสอนอ่านหนังสือ กีตาบหนังสือโบราณที่เป็นภาษายาวี แม่ใช้หลักศาสนาอิสลามสอนลูก ๆ ด้วยการปฏิบัติให้ลูก ๆ ดูเป็นตัวอย่าง เน้นสอนทำความดีต่อเพื่อนมนุษย์ และทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา แม่เน้นความซื่อสัตย์ ไม่โลภ ไม่คดโกงเมื่อทำงานพออยู่พอกินพอใช้แล้ว แม่คือผู้สร้างและผู้ให้อย่างแท้จริงผู้ได้รับคัดเลือก แม่สู้ชีวิต แม่ ๑๐๐ ปี แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ แม่จิตใส ใจสีขาว จะได้เข้ารับประทานรางวัล จาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงาน มหิดล - วันแม่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

ข่าวล่าสุด