ประธานาธิบดีเอลเลน จอห์นสัน เซอร์ลีฟ แถลงทางโทรทัศน์เมื่อวานประกาศภาวะฉุกเฉินนาน 90 วันเพื่อใช้มาตรการพิเศษในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคอีโบล่า ซึ่งรวมถึงการระงับสิทธิส่วนบุคคลบางอย่างด้วยโดยให้มีผลบังคับใช้ทันที พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติในการต่อสู้ไวรัสมรณะ หลังจากจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้จนถึงวันที่ 2 ส.ค.อยู่ที่ 268 รายแล้ว ขณะที่ทั้งรัฐบาลและองค์กรเอกชนต่างรณรงค์ให้ประชาชนรักษาสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ด้วยการรณรงค์ให้ล้างมือให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ติดเชื้อ แต่มีรายงานศพผู้ติดเชื้ออีโบล่าถูกทิ้งไว้ตามถนนโดยไม่ได้ถูกฝัง หรือถูกทิ้งไว้ในบ้าน เพราะกลัวการติดเชื้อ
ส่วนสถานการณ์ผู้เสียชีวิตจากอีโบล่าทั่วแอฟริกาตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 932 คน นับตั้งแต่เริ่มระบาดเมื่อต้นปี ส่วนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันมีจำนวน 1,711 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกินี, ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน
ขณะที่ไนจีเรียพบผู้เสียชีวิตด้วยอีโบล่ารายที่สอง หลังจากรายแรกเป็นชาวไลบีเรียที่มาเสียชีวิตในไนจีเรีย ขณะที่รายล่าสุดเป็นพยาบาลหญิงชาวไนจีเรีย เธอเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลผู้ป่วยคนแรก และเสียชีวิตเมื่อวาน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีก 5 คนติดเชื้อด้วยเช่นกัน เบื้องต้นพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสมขณะให้การดูแลผู้ป่วยชาวไลบีเรีย กรณีล่าสุดนี้ทำให้วิตกว่าสถานการณ์ระบาดอยู่ในขั้นไม่สามารถควบคุมได้
ขณะเดียวกันกระทรวงสาธารณสุขของซาอุดิอาระเบีย ระบุว่า ชาวซาอุดิอาระเบียที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสอีโบล่า เสียชีวิตแล้วเมื่อวันพุธ โดยเหยื่อรายล่าสุด เป็นชายวัย 40 ปี ที่เพิ่งกลับจากเซียร์ราลีโอนเมื่อวันอาทิตย์ โดยหลังจากแสดงอาการเมื่อวันจันทร์ เขาก็ถูกส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเจดดาห์ และมีการส่งตัวอย่างไปยังห้องแลปนานาชาติเพื่อตรวจหาเชื้อ รัฐบาลได้เพิ่มมาตรการเฝ้รระวังโดยส่งบุคคลากรทางการแพทย์ไปคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินและท่าเรือ และก่อนหน้านี้ ในเดือน เม.ย.ประกาศว่าจะไม่ออกวีซ่าให้ผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ ที่มาจากเซียร์ราลีโอน ไลบีเรียและกินี ที่มีการระบาดของอีโบลา
ส่วนศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐหรือ CDC ออกคำเตือนเฝ้าระวังระดับ 1 ซึ่งเป็ระดับสูงสุดจากทั้งหมด 6 ระดับเมื่อวานในการรับมือกับวิกฤติอีโบลา หลังจากการระบาดขยายไปถึงไนจีเรียและมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก คำเตือนระดับหมายถึงว่าจะมีการเพิ่มกำลังบุคลากรและทรัพยากรเพื่อป้องกันการระบาด ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศเตือนภัยสูงสุด นับจากการระบาดของไวรัส H1N1 เมื่อปี 2552
ส่วนฮ่องกงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันอีโบล่าด้วยเช่นกัน เพราะฮ่องกงเป็นจุดแวะผ่านของสายการบินต่างๆ ระหว่างเอเชียและทวีปอื่นๆในโลก และโรงพยาบาลได้เตรียมพร้อมกักโรคและรักษาผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ และที่สนามบินได้แจกเอกสารให้ผู้โดยสารที่มาจากประเทศที่มีการระบาดให้รับทราบว่าควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่สนามบินหากมีอาการป่วย เพื่อจะได้กักโรคป้องกันการแพร่เชื้อ