รวบคนร้าย ขโมยรถจักรยานเสือภูเขา ในบ้านพักทหาร

รวบหนุ่มตกงานขโมยรถจักรยานเสือภูเขาที่จอดอยู่หน้าบ้านพักภายในค่ายทหาร ขณะกำลังเข็นรถเตรียมขี่หลบหนี รับสารภาพก่อเหตุมาแล้ว 2 คน นำรถไปขายร้านของมือสองราคาคันละ 2,000 3,000 บาท นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว
ข่าว
เจ้าหน้าที่ทหารค่ายกรมรบพิเศษที่ 3 โดยพันตรี บุญเลิศ จำกิจ นายทหารฝ่ายกองข่าว กรมรบพิเศษที่ 3 พร้อมกำลังทหาร ได้ช่วยกันจับกุมตัวนายวินัย พวงทอง อายุ 30 ปี หนุ่มตกงานที่ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานเสือภูเขาภายในบ้านพักค่ายทหาร กรมรบพิเศษที่ 3 ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธเมืองลพบุรี
ทั้งนี้ทางฝ่ายทหารผู้จับกุมเปิดเผยว่า เนื่องจากทางค่ายทหารแห่งนี้มีการรณรงค์ให้กำลังพลขี่จักรยานยนต์ออกกำลังกายกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่ก็นิยมใช้จักรยานเสือภูเขาซึ่งมีราคาคันละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ภายหลังมีรถจักรยานที่จอดไว้หน้าบ้านได้หายไปบ่อยครั้ง ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังจนกระทั่งมาวันนี้มีคนไปพบนายวินัย เดินเข้าไปเข็นรถจักรยานออกจากหน้าบ้านพักในค่ายฯอย่างสงสัย จึงมีคนโทรแจ้งทหารกองรักษาการณ์นำตัวมาสอบถาม ตอนแรกผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่พอถูกเค้นหนักก็เปิดปากรับสารภาพว่า เคยเข้ามาขโมยรถจักรยานไปแล้ว 2 คัน เมื่อวันที่ 26 และ วันที่ 30 กรกฏาคม ที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็นำเอาไปขายต่อที่ร้านรับซื้อของมือสอง และร้านขายของชำ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ได้นำพานายวินัย ไปรับรถของกลางคืนมาซึ่งไปพบจอดอยู่ที่ร้านขายของเก่าในเขตตำบลนิคนสร้างตนเอง และอีกคันที่ร้านขายของชำในตำบลกกโก และจากการสอบสวนผู้รับซื้อไว้ก็เพราะว่านายวินัย มาอ้างว่าเป็นรถของตนเอง และกำลังเดือดร้อนเรื่องแม่ถูกทวนหนี้ และพ่อก็ป่วยเป็นมะเร็ง ทำให้ผู้อื่นเกิดความสงสาร หลงกลรับซื้อรถเอาไว้
นายวินัย ผู้ต้องหา ให้การอีกว่า ตนเองเรียนจบมอ 3 แต่ยังไม่มีงานทำ ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายส่วนตัว จึงอาศัยช่วงกลางวันจะขี่จักรยานเข้าไปในค่ายทหารตะเวนไปตามบ้านพักหาลักจักรยานเสือภูเขานำไปขายเอาเงินมาใช้จ่ายส่วนตัวและเอาไปเล่นเกมส์ หลังใช้จ่ายหมดก็จะกลับมาก่อเหตุอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาควบคุมที่สถานีตำรวจ เพื่อรอทำบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา แต่นายวินัย ได้ใช้กลอุบายกับตำรวจอ้างขอเข้าห้องน้ำ และฉวยโอกาสเดินออกไปทางประตูข้างโรงพักหลบหนีการจับกุมไปได้ ทางตำรวจจึงนำกำลังออกติดตามค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง จนไปพบตัวขณะกำลังรอญาติมารับที่บริเวณวัดแห่งหนึ่งในตำบลพรหมมาสตร์ จังหวัดลพบุรี นำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป