ทอม ฟรีดเดน ผู้อำนวยการ CDC ให้สัมภาษณ์ในรายการทางทีวีหลายแห่งเมื่อวานเปิดเผยว่า นายแพทย์เคนท์ แบรนท์ลีย์ ที่ติดเชื้อไวรัส อีโบล่า มีอาการดีขึ้น เขาเป็นหนึ่งในชาวอเมริกัน 2 คน ที่ติดเชื้ออีโบล่า ขณะให้การรักษาผู้ป่วยที่ไลบีเรีย และกำลังรักษาตัวอยู่ที่แผนกพิเศษของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย เอมอรี่ ในนครแอตแลนต้า
ฟรีดเดน ยืนยันด้วยว่า ภรรยาและลูกสองคนของนายแพทย์แบรนท์ลีย์ ที่ไปเยี่ยมเขาที่ไลบีเรียก่อนหน้านี้ ไม่มีความเสี่ยงติดเชื้อแต่อย่างใด เพราะไวรัสชนิดนี้จะไม่แพร่เชื้อจากคนที่ไม่ป่วย และขณะที่ภรรยากับลูกไปเยี่ยมแบรนท์ลีย์ ก็เป็นช่วงที่เขายังไม่ป่วยส่วนแนนซี ไรท์โบล มิชชันนารี ชาวอเมริกันที่ทำงานร่วมกับนายแพทย์แบรนท์ลีย์ในไลบีเรียและติดเชื้ออีโบล่าด้วย กำลังจะเดินทางกลับถึงสหรัฐในวันนี้
นอกจากนี้ฟรีดเดน บอกด้วยว่า แม้สถานการณ์การระบาดของอีโบล่าในแอฟริกาตะวันตกอยู่ในขั้นควบคุมไม่ได้ แต่มั่นใจว่ายังสามารถหยุดยั้งได้ และ CDC จะส่งบุคลากรด้านสาธารณสุข 50 คน ไปยังกินี, ไลบีเรียและเซียร์ราลีโอนเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดให้ได้ภายใน 30 วันข้างหน้า ส่วนวิธีการที่จะนำมาใช้ ก็คือการพยายามทำความเข้าใจและให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลไกด้านสาธารณสุข ที่รวมทั้งการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล และให้การศึกษาแก่ชุมชนในแอฟริกา เกี่ยวกับการฝังศพอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันยืนยันว่า การส่งเจ้าหน้าที่ CDC ไปยังแอฟริกาตะวันตก ไม่ได้ทำให้บุคลากรเหล่านี้ ตกอยู่ในความเสี่ยง
ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากอีโบล่าแล้ว 826 คนจากผู้ติดเชื้อ 1,440 คนในกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษา แต่สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐจะเริ่มการทดสอบวัคซีนอีโบล่าในเดือนก.ย.นี้
ส่วนชาติแอฟริกาตกลงในการประชุมฉุกเฉินที่ประเทศกินีเมื่อวันเสาร์ว่าจะกำหนดพื้นที่กักกันโรคบริเวณชายแดนติดต่อกันของสามประเทศได้แก่ กินี ไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน เพื่อยับยั้งการระบาดของอีโบล่า
ขณะเดียวกันหลายชาติเกิดความตื่นตระหนกว่าเชื้ออาจแพร่ข้ามทวีปได้จากการเดินทาง และในอังกฤษวิตกข่าวที่มีหญิงชราวัย 72 ปี เสียชีวิตหลังเดินทางถึงสนามบินแก็ตวิค โดยเที่ยวบินจากเซียร์ราลีโอน เธออาเจียนและหมดสติหลังลงจากเครื่องบินและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่จากการทดสอบไม่พบการติดเชื้อไวรัสอีโบล่า ผู้โดย สารที่มาเที่ยวบินเดียวกับเธอรวม 128 คนถูกนำไปกักโรค และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวบุคคลที่เธอติดต่อด้วย