แพทย์ระบุเด็กเสียชีวิตจากวัณโรค เสียชีวิตจากอาการปอดบวมรุนแรง

ตรัง - รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลตรัง ระบุน้องแบมเสียชีวิตจากอาการปอดบวมอย่างรุนแรง โดยปอดมีลักษณะค่อนไปทางการติดเชื้อวัณโรค
ข่าว
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณีที่ ด.ญ ฉัตราทิพย์ จงทอง (น้องแบม) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านช่อง ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง เสียชีวิตจากการติดเชื้อวัณโรคปอดอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยครอบครัวของน้องแบมระบุชัดแพทย์สงสัยเกิดจากการคลุกคลีกับสุนัขที่เลี้ยงไว้จำนวน 10 ตัว เป็นเวลานานนับ 10 ปี อาจทำให้มีภูมิต้านทานต่ำ และติดเชื้อราจนเข้าสู่ปอด โดยพบขนสุนัขบางส่วนติดอยู่ในช่องปอดด้วย
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ พ่อแม่และญาติๆได้ร่วมกันประกอบพิธีฌาปนกิจศพของน้องแบมแล้วที่วัดช่องน้อย ต.ช่อง อ.นาโยง โดยพ่อ แม่ และญาติๆของเด็กหญิงยังอยู่ในอาการเสียใจกับการจากไปของน้องแบม
ด้าน แพทย์หญิงวันทนา ไทรงาม รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า น้องแบมเสียชีวิตจากการปอดบวมอย่างชนิดรุนแรง เชื้อที่ก่อเหตุสงสัยว่าจะเป็นวัณโรค และอาจจะมีเชื้อราในปอด และสงสัยว่าจะมีเชื้อแบคทีเรียด้วย เพราะอาการเด็กค่อนข้างรุนแรงและดูจากอาการสิ่งแวดล้อมแล้วลักษณะปอดก็ค่อนไปทางวัณโรคมากที่สุด ทางแพทย์ก็เลยรักษาด้วยการให้ยารักษาวัณโรคแก่เด็ก ขณะเดียวกันก็ให้การรักษาเชื้อที่แพทย์สงสัยไปด้วย คือ เชื้อราและแบคทีเรีย ทั้งนี้แพทย์ต้องรีบให้การรักษาเพราะเด็กมีอาการรุนแรง เด็กไม่มีเสมหะในลำคอจึงไม่สามารถจะรอเก็บตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์เชื้อได้ ดังนั้นจึงต้องรีบเอาเด็กไปเอกซเรย์ แพทย์จึงวิเคราะห์จากฟิล์มเอกซเรย์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลการสอบสวนโรคจากพ่อแม่แล้วคิดว่าเด็กได้รับเชื้อเหล่านี้มาจากไหน แพทย์หญิงวันทนา กล่าวว่า เรื่องที่คนสงสัยว่ารับเชื้อมาจากสุนัขหรือเปล่านั้นขอตอบว่า สิ่งเหล่านั้นไม่สัมพันธ์กับที่เด็กเป็น แต่เด็กเป็นคนรูปร่างผอม ร่างก่ายไม่สมบูรณ์ อาจจะเกี่ยวกับการบริโภคอาหาร อาจทำให้ร่างกายขาดภูมิต้านทาน การที่อยู่กับสิ่งแวดล้อมนั้นอาจทำให้เขาเสี่ยงสามารถติดเชื้อรุนแรงได้ โดยเชื้อเหล่านี้สามารถมาได้หมดจากคนรอบข้างก็ได้ แต่ตอบได้ว่าเรื่องสุนัขไม่สัมพันธ์กับอาการที่เด็กเป็น โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียอาจจะมาจากไข้หวัดมากกว่าจะยืนยันบอกว่ามากับขนสุนัขหรือขนแมว แต่โรคหอบหืดจะสัมพันธ์กับขนสุนัขและขนแมว
แพทย์หญิงวันทนา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามคนที่เป็นวัณโรคนั้น จะสามารถแพร่เชื้อให้คนใกล้ชิดที่สุดได้ พ่อ แม่ คนในครอบครัว ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายด้วย
ด้านนายธวัช อุดมคณารัตน์ ปศุสัตว์จังหวัดตรัง กล่าวว่า หากเด็กไปคลุกคลีกับสุนัขขนสุนัขอาจจะมีโอกาสเล็ดลอดเข้าไปได้จากทางปากหรือการสัมผัสทางบาดแผล แต่ส่วนใหญ่ร่างกายคนจะคัดกรองสิ่งแปลกปลอมที่หลุดรอดเข้าไปจึงเป็นไปได้ยาก แต่การคลุกคลีกับสุนัขมีโอกาสสูดเอาเชื้อโรคบางอย่างให้เข้าไปได้ เนื่องจากสุนัขและแมวมีเชื้อโรคทั้งในลิ้น ปากและฟัน เด็ก ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสุนัขโดยตรงและควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหากสุนัขไปเลียแผลก็อาจติดต่อจนกลายเป็นบาดทะยักได้ ส่วนนักเรียนและญาติพี่น้องควรสุ่มตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วย เพราะอาจมีโอกาสติดต่อกันได้ ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือต้องนำสุนัขไปถ่ายพยาธิและฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี