โดยมีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม กระทรงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน พบว่าตัวยาที่การแพร่ระบาดอันดับ 1 ยังคงเป็นยาเมทแอมเฟตามีน(Amphetamines)หรือ ยาบ้า รองลงมาคือ ยาไอซ์
ล่าสุดคือ "ยาจีเอชบี" หรือยาเสียสาว ซึ่งเป็นวัตถุออกฤิทธิ์ต่อจิตและประสาท พบภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมายโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพได้ในอำเภอหนึ่ง เนื่องจากยาจีเอชชีไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงไม่อาจสังเกตเห็นหรือดมกลิ่นได้เลย ดังนั้นผู้หญิงจึงตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้ โดยแอบผสมยาดังกล่าวลงในเครื่องดื่มให้ดื่มเพื่อหวังล่วงละเมิดทางเพศ และเมื่อดื่มแล้วก็มักมีผลต่อความนึกคิด มีฤทธิ์เหมือนยาสลบ
ทั้งนี้ ทางผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุข จ.ลำพูน ระบุว่า วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประกอบด้วย 1.อัลปราโซแลม (Alprazolam) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 15 พ.ย. 2555 เรื่องเปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 โดยให้ยกระดับอัลปราโซแลมจาก วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 4 เป็นประเภท 2 ใช้ได้เฉพาะในสถานพยาบาลรัฐและเอกชนเท่านั้น ร้านขายยาไม่สามารถจำหน่ายยาดังกล่าวได้ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.2556
2.Erimin 5 (Nimetarepam) ซึ่งเป็นยานอนหลับในกลุ่มเบนโซไดอะซีปินส์(Benzodiazepines) และมีฤทธิ์แรงกว่าไดอาชีแพมถึง 10 เท่า ซึ่ง Erimin 5 เป็นยาที่ผลิตโดย บ.ซูมีโมโดฟาร์มซูติคอล(Sumimoto Pharmaceticals) ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยตัวยาสำตัญซึ่งเมตซีแพม ขนาดยา 5 มิลลิกรัม เป็นยานอนหลับในกลุ่มเบนโซโดอะซีปินส์ มีการอนุญาตให้ใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ในประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และ ออสเตรเลีย โดยเป็นสารควบคุม สำหรับประเทศไทย ตัวยาดังกล่าวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 แต่ตัวยานี้ไม่มีการอนุมัติทะเบียนตำรับในประเทศไทย