โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและในวันที่ 17 ก.ค.จะเริ่มปฏิบัติการจับจริงพร้อมกันทั้วประเทศทั้ง199 แยกแบ่งเป็นพื้นที่นครบาล 90แยก และต่างจังหวัด 109แยกซึ่งทุกจุดเป็นทางแยกหลักที่เป็นจุดรวมของรถหากสามารถแก้ไขได้พฤติกรรมบนท้องถนนของประชาชนจะดีขึ้นพร้อมทั้งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย
พล.ต.อ.วุฒิ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในการดำเนินการในวันพรุ่งนี้(16ก.ค.)จะเริ่มออกประชาชนสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันว่าจะเริ่มดำเนินการจับจริงในวันที่17ก.ค.โดยจะจัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผลัดยืนประจำทางแยกตลอดทั้งวันเพื่อควบคุมผู้กระทำความผิดรวมทั้งจะใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นกล้องเรดไลท์คาเมร่า กล้องซีซีทีวีเพื่อให้การดำเนินการสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพซึ่งหากประชาชนทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ดังนี้หากขับรถปาดเส้นทึบมีโทษปรับไปเกิน1,000บาทจอดรถล้ำเส้นมีโทษปรับไม่เกิน1,000 บาทหยุดรถขวางทางแยกมีโทษปรับไม่เกิน500 บาทขับรถย้อนศรมีโทษปรับไม่เกิน500 บาทใช้ทะเบียนรถปลอมมีโทษปรับไม่เกิน2,000 บาท
ทั้งนี้ในส่วนกรณีการปลอมทะเบียนรถนั้นนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหากลุ่มคนใช้ทะเบียนปลอมซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการจับปรับเมื่อกระทำผิดกฎจราจรได้แล้วนั้นยังเป็นการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมได้ด้วยซึ่งหากตำรวจจราจรพบว่าเป็นรถที่ปลอมทะเบียนเพื่อทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายจะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการทันทีเพราะตามอำนาจหน้าที่แล้วตำรวจราจรไม่สามารถกระทำการยึดรถหรือของกลางได้โดยทั้ง5มาตรการดังกล่าวเมื่อถูกจับและไม่ยอมมาจ่ายค่าปรับจะมีการส่งผลการจับกุมไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้อายัดการต่อทะเบียนรถจนกว่าจะมีการจ่ายค่าปรับนอกจากนี้ในเดือนก.ย.จะเน้นการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วประเทศสวมหมวกันน็อคให้ได้100เปอร์เซ็นต์เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตซึ่งจะเริ่มปฏิบัติภายหลังที่ดำเนินการมาตรการ5 จอมสำเร็จไปแล้ว.