"ยธ." ทุ่ม 10,300 ล้านบำบัดผู้ติดยาเสพติด 1.2 ล้านคน

11 ก.ค. -- ยธ.เผยเตรียมทุ่มงบ 10,300 ล้านบาท บำบัดผู้ติดยาเสพติด วางเป้าให้ป.ป.ส.ค้นหาผู้เสพ 1.2 ล้านคนเข้ารับการบำบัด พร้อมคุมประพฤติเข้ม พร้อมแก้กฎหมายให้ผู้ว่าฯมีอำนาจจู่โจมตรวจค้นเรือนจำ
ข่าว
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.)ว่า ในปีงบประมาณ 2558 สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 10,300 ล้านบาทเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาผู้ติดยาเสพติด ประกอบด้วย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในเชิงบูรณาการ และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เข้าไปดูแลทั้งในส่วนของการติดตามตรวจค้นกลุ่มเป้าหมาย และกลุ่มผู้เสพ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา โดยมีเป้าสันนิษฐานว่าปัจจุบันมีผู้เสพยาเสพติดกว่า 1,200,000 ล้านคน แต่เข้าสู่ระบบบังคับบำบัดได้เพียง 500,000-600,000 คน
นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสพส่วนที่ยังไม่เข้าสู่ระบบบำบัดรักษาจะต้องใช้ยุทธศาสตร์ติดตาม ฟื้นฟูผู้เข้ารับการบำบัดและเข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก หลังรับการบำบัดจะต้องมีงานทำ โดยให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้ว ส่วนกระทรวงยุติธรรมจะต้องแก้ไขระเบียบกรมราชทัณฑ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด มีอำนาจเข้าตรวจค้นเรือนจำได้ โดยไม่ต้องรับการอนุญาตจากผู้บัญชาการเรือนจำ เนื่องจากผู้ว่าราขการจังหวัดจะต้องรับผิดชอบปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะต่อไปนี้การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะต้องลงไปในเชิงลึกถึงระดับชุมชน
รักษาการปลัดยุติธรรม กล่าวอีกว่า สำหรับกรมคุมประพฤติในฐานะผู้ดูแล ผู้ต้องขังที่ได้รับการพักการลงโทษ จะแก้ไขระเบียบให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ มีอำนาจตรวจปัสสาวะ นอกเหนือจากการให้เข้ามารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อจะติดตามพฤติกรรมผู้พักการลงโทษได้อย่างใกล้ชิดว่ากลับไปเสพยาอีกหรือไม่ มาตรการดังกล่าวจะต้องทำให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกับปัญหาและหลังจากนี้ กรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ จะส่งข้อมูลผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่พ้นโทษและผ่านการบำบัดแล้ว ให้กับป.ป.ส. ส่งต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เพื่อติดตามช่วยเหลือผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วให้กลับคืนสู่ชุมชน