เสียงสะท้อนจากนักศึกษาสาวที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเป็นประจำ แสดงให้เห็นถึงความไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัย โดยเฉพาะการคุกคามทางเพศ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่วิพากษ์วิจารณ์กันในสังคมปัญหาคุกคามทางเพศในระบบขนส่งสาธารณะ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลวนลามเฉพาะภายนอก และรุนแรงถึงขั้นข่มขืน โดย จากการรวบรวมสถิติ พบว่า รถแท็กซี่และรถตู้ เกิดเหตุการณ์ข่มขืนมากที่สุด รองลงมาคือรถทัวร์และรถไฟซึ่ง เจด็จ เชาว์วิไล ผู้อำนวยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล บอกว่า ปัญหานี้เกิดจากค่านิยมที่ปลูกฝั่งทัศนคติชายเป็นใหญ่ ทำให้เวลาก่อเหตุคนร้ายมักย่ามใจคิดว่าผู้หญิงไม่กล้าแจ้งความ ประกอบกับระบบราชทัณฑ์ไม่มีการฟื้นฟูและเยียวยาปรับทัศนคตินักโทษ จึงเกิดปัญหาวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีกแม้เหตุสะเทือนขวัญล่าสุด คดีน้องแก้มได้จุดกระแสสังคมรณรงค์หามาตรการเพิ่มโทษคดีข่มขืนมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากได้อีก ซึ่งถือเป็นเจตนาที่ดี แต่ผู้อำนวยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล บอกว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ยังต้องอาศัยกระบวนการอื่นร่วมด้วย ภัยมืด บนรถสาธารณะ ยังคงเกิดขึ้นได้อีกหากสังคมยังไม่เปลี่ยนทัศนคติให้ชายเป็นใหญ่ พร้อมปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยและกระบวนการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพและเข้มงวดมากขึ้น