เมื่อเวลา 13.00น. ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดระเบียบผู้ค้า อาทิ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ รองผบช.น. ตัวแทนสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ได้เข้าหารือร่วมกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ ถึงเรื่องการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย บนทางเท้าในพื้นที่กทม. โดยใช้เวลา ประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้น พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนผู้ค้าจากตลาดโบ๊เบ๊จำนวน 2 คนมาร่วมประชุม และอ้างว่าการจัดระเบียบของกทม.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผลกระทบต่อการทำมาหากิน จึงได้เชิญมาชี้แจงและทำความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นรวมถึงแนวทางการแก้ไข ซึ่งผู้ค้าเข้าใจ แต่ยังมีปัญหาเรื่องที่ทำกินเพราะการจัดระเบียบของกทม.ทำให้ผู้ค้าเดือดร้อน ทางพล.ต.อ.อดุลย์ จึงให้มีการประชุมวงเล็ก โดยส่วนไหนที่ กทม.จัดพื้นที่ให้ผู้ค้า เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจรก็ให้เร่งดำเนินการ ส่วนไหนที่ผู้ค้ายังมีความเดือดร้อนก็ให้มาพูดคุยกันอีกครั้งเพื่อหาแนวทางแก้ไข และดำเนินการให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมีพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ที่ต้องการจัดระเบียบ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า คสช.ได้กำหนดในพื้นที่ 8 จุดสำคัญ แต่บช.น.สำรวจแล้วว่าในพื้นที่ กทม.มีอยู่ 700 กว่าจุด จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข อย่างการลงพื้นที่ตรวจที่ถนนรามคำแหงปรากฎว่าในช่วงกลางวันไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาในส่วนของตึกแถวที่มีการต่อเติมทำเป็นคูหาให้เช่าและเรียกเก็บผลประโยชน์ จึงต้องดำเนินการให้รื้อถอนเพื่อคืนทางเท้าให้กับประชาชน
ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม.กล่าวด้วยว่า วันที่ 10 ก.ค.จะมีการประชุมร่วมกับผู้ค้าถนนราชดำเนินตลอดสาย ตั้งแต่บริเวณหน้ารัฐสภา จนถึงสนามหลวง รวมถึงจะเรียกพ่อค้าแม่ค้าขายล็อตเตอรี่ในบริเวณดังกล่าวมาพูดคุยว่าต่อจากนี้จะไม่อนุญาตให้ขายในพื้นที่ดังกล่าว โดยจะจัดเตรียมสถานที่ไว้ให้ เพราะความจริงมีพื้นที่ให้ทำการค้าขายบริเวณหน้ากองสลาก นนทบุรี แต่ผู้ค้าขายอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของซาปั๊วะ ยี่ปั้วะ ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจ และกทม.ก็พร้อมจัดจุดขายให้ 1-2 จุด คือบริเวณหน้าตลาดบองมาเช่ หรือหน้าสำนักงานเขตบูรณะ แต่บริเวณถนนราชดำเนินจะไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายอย่างเด็ดขาด
เมื่อถามว่ามีถนนสายใดบ้างที่กำหนดเบื้องต้นว่าจะไม่ให้มีการตั้งหาบเร่ แผงลอยอีกต่อไป พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตามที่ คสช.กำหนดไว้ 8 จุด แต่ที่ กทม.กำหนดไว้จุดใหญ่ ๆ ที่ดำเนินการไปแล้ว เช่นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าห้างพารากอน และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล คลองหลอด ปากคลองตลาด ไปจรดถนนราชดำเนิน ซึ่งบางจุดคสช.ได้รับการร้องเรียน และบางจุดเป็นไปตามนโยบายของกทม.ที่กำลังดำเนินการอยู่ ดังนั้นจึงนำ 2 จุดนี้มาทำร่วมกับบช.น.
ส่วนจุดผ่อนผันเดิมยังจะคงมีอยู่หรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า เดิมกทม.กำหนดจุดผ่อนผัน โดยความเห็นชอบระหว่างกทม.กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ประชาชนมีจำนวนมากขึ้น ปัญหารถติดมีมากขึ้น ดังนั้นในบางจุดที่ผ่อนผันอาจทบทวนยกเลิก ซึ่งจุดที่พร้อมให้เข้าไปค้าขายนั้นมีอยู่แล้ว เช่น กทม.จัดพื้นที่ที่มีนบุรี ซึ่งตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าก็มีความสบายใจขึ้นแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้บริเวณฟุตบาทก็มีคนอนุญาตให้ขาย ส่วนในพื้นที่โบ๊เบ๊นั้นก็มีจุดที่ให้ย้ายไปทำการค้าขายในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณหน้าโรงหนังปารีส รวมทั้งบริเวณหน้าตลาดโซโห ก็ให้จำหน่ายโดยเก็บค่าเช่าวันละไม่กี่ร้อยบาท
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียร์เรียกรับเก็บผลประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงคือมีพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นแก่ตัวไปจองแผงยึดพื้นที่บนฟุตบาทหลายๆแผง และนำแผงค้าไปขายหรือปล่อยให้เช่าในราคาสูงถึงแผงละ 4-8 แสนบาท เวลาเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการก็ร้องเรียนประท้วงเพราะเสียผลประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มที่มาจับจองแผงไว้จำนวนมากแล้วมาเรียกเก็บผลประโยชน์ตรงนี้จะมีมาตรการทางกฎหมายดำเนินการหรือไม่ พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า กำลังตรวจสอบ สืบสวนทางลับ ซึ่งตนจะดำเนินการทางกฎหมาย โดยจะสืบสวนว่าเข้ามาขายได้อย่างไร เสียภาษีหรือไม่ เรียกรับผลประโยชน์ได้อย่างไร กรณีเช่นนี้ตนเคยดำเนินคดีไปแล้วที่บริเวณเตาปูน จำคุก 6 ปี ยึดทรัพย์ทั้งหมด โดยประสานให้ ป.ป.ง.เข้าดำเนินการตรวจสอบ
"ส่วนเสียงสะท้อนจากผู้ค้าว่าเจ้าหน้าที่เทศกิจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนั้น ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาที่เกิดขึ้น สมัยก่อนเกิดจาก 3 จุดด้วยกัน จุดแรกเกิดจากพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว จุดที่สอง คือการละเลยของเจ้าหน้าที่เทศกิจและตำรวจ ปล่อยปละละเลยทำให้ปัญหาสะสมมานานจนแก้ปัญหาไม่ได้และ จุดที่สาม เกิดจากประชาชนในบริเวณนั้น ๆ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงอาจมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
"เราจึงต้องดำเนินการทั้ง 3 จุด ถ้าสามารถจัดการได้ปัญหาก็จะหมดไป และผมยืนยันว่าจะไม่เป็นเรื่องไฟไหม้ฟาง ผมอยู่เรื่องแบบนี้จะต้องไม่มี ถ้าถอยหลังก็หกล้ม พล.ต.ต.วิชัย กล่าว และยืนยันว่า การที่เข้ามาทำงานจัดระเรียบตรงนี้ไม่มีใครมาให้ผลประโยชน์ตน ใครมาสะกิดตนก็ดำเนินการจับเลย ซึ่งเบื้องต้นพล.ต.อ.อดุลย์ ให้กลับไปหารือในวงเล็กก่อน 7 วัน ก่อนที่จะมารายงานพล.ต.อ.อดุลย์ต่อไป