เนชั่นทีวี

ข่าว

คสช.ยันโฟกัส กลุ่มเคลื่อนไหวในไทยเป็นหลัก

09 ก.ค. 2557 | wanchat

คสช.ยันโฟกัส กลุ่มเคลื่อนไหวในไทยเป็นหลัก

9 ก.ค. -- คสช.ยันโฟกัสกลุ่มเคลื่อนไหวในไทยเป็นหลัก เมินให้น้ำหนักกลุ่มนอกประเทศ เป็นหน้าที่อสส.-ตร. ออกหมายจับ ยันบิ๊ก คสช.ไม่ได้สั่งจับบก.ฟ้าเดียวกัน ด้าน ผช.ฑูตทหาร ขอร่วมงานทำลายอาวุธสงครามที่คสช.จับได้

ที่กองทัพบก เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ปณต แสงเทียน เจ้ากรมข่าวทหารบก พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ด้านต่างประเทศ ร่วม ชี้แจงทำความเข้าใจต่อผู้ช่วยทูตทหาร 20 ประเทศ ครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ มีตัวแทน 5 ประเทศที่ไม่มีผู้ช่วยทูตทหาร แต่เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ได้แก่ อิสราเอล บังคลาเทศ บรูไน เนปาล ยูเครน 
พล.ต.ปณต ชี้แจงว่า กรณีการประชุมคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะที่แบ่งออกเป็น 5คณะทำงาน ด้านสื่อวิทยุสื่อโทรทัศน์ ด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ด้านข่าวสารสื่อสังคมออนไลน์ และด้านข้อมูลข่าวสารสื่อต่างประเทศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าไม่ใช่การปิดกั้นข่าวสาร และกระทบสิทธิการรับรู้ข้อเท็จจริงที่ประชาชนควรรู้ แต่เป็นการติดตาม รายงานข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือองค์กรหน่วยงาน เพื่อประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องแก้ไขอย่างเป็นระบบ และจะได้ข้อมูลถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสม ปราศจากการบิดเบือนจนนำไปสู่ความเกลียดชังบุคคล หรือ องค์กรหน่วยงาน ทั้งนี้ ยังจะเน้นหนักการทำงานเสริมประสิทธิภาพฝั่งภาครัฐ เพื่อให้การตอบกลับข่าวสารทันท่วงที ส่งผลการรับรู้จากภาครัฐรวดเร็วขึ้น โดยการทำงานคงอยู่ในลักษณะการแลกเปลี่ยนรับฟังด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง โดยเน้นผลประโยชน์ของประเทศชาติที่ควรเป็นไปอย่างเหมาะสม
สำหรับการเคลื่อนไหวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น พล.ต.ปณต กล่าวว่า การเคลื่อนไหวใดที่เป็นไปในลักษณะของการปลุกปั่น และไปกระทำการในต่างประเทศ ถือว่ามีข้อจำกัดในตัวเองอยู่แล้ว เพราะในหลายประเทศจะไม่ยอมให้ใครไปเคลื่อนไหวแบบนี้ เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศอื่นได้ ที่สำคัญยังเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคข่าวสารส่วนใหญ่มีวิจารณญาณพอที่จะแยกแยะได้ และคงไม่ได้ให้ความสำคัญหรือเชื่อถือทุกข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ โดยเฉพาะทางโซเชียลมีเดีย จนไม่อยากให้มีการขยายผลสร้างกระแสเกินกว่าเหตุ
พล.ต.ปณต กล่าวอีกว่า กรณีการออกหมายจับ นายจักรภพ เพ็ญแข นักเคลื่อนไหวเครือข่ายกลุ่มเสื้อแดง ข้อหาเกี่ยวกับอาวุธสงคราม เป็นไปตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสม ทั้งกรณีของนายจักรภพ และการถอนหนังสือเดินทางหรือ พาสปอร์ตของกลุ่มเสื้อแดง 6 คน มีข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูล เพราะทุกอย่างอยู่ในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยให้เห็นถึงขั้นตอนการกระทำความผิดของบุคคลนั้นๆ ได้ อีกทั้ง ไม่ต้องการให้เห็นภาพสังคมเกิดความแตกแยกจากความไม่เป็นธรรมอีกแล้ว
พล.ต. ปณต กล่าวต่อไป เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คสช.ได้เชิญ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ และ นายวีระ สมความคิด ที่ไปจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายเป็นกิจกรรมทางการเมืองมาทำความเข้าใจ และได้ปล่อยตัวไปแล้ว จึงขอความร่วมมือบุคคลทั่วไปหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่เข้าข่ายกิจกรรมการเมืองในช่วงนี้ ซึ่งหากตรวจพบว่าไม่ได้ขอนุญาติจาก คสช.ก่อน เจ้าหน้าที่ก็จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพบต่อไป 
ทางด้าน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า กรณีการออกหมายจับผู้ที่เคลื่อนไหวในต่างประเทศเป็นไปตามกระบวนการและองค์ประกอบตามกฎหมาย แต่ คสช.ยังให้ความสำคัญกับการโฟกัสในประเทศเป็นหลัก ส่วนพื้นที่ภายนอกประเทศยังไม่เห็นน้ำหนักที่ชัดเจน ทราบแต่เพียงว่าผู้รับผิดชอบโดยตรงคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว ทาง คสช.จึงไม่ได้เพ่งเล็งหรือให้น้ำหนักในเรื่องนั้น 
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า  ผู้ช่วยทูตทหารยังได้เสนอแนะว่า ที่ผ่านมา  คสช.มีการจับอาวุธได้จำนวนมาก หากมีการทำลายอาวุธสงครามเหล่านั้น ก็ขอให้ผู้ช่วยฑูตทหารเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย เพราะการทำลายอาวุธสงครามเป็นสิ่งที่ดี ถือเป็นการทำลายอาวุธสงครามนอกระบบ ซึ่งทีมโฆษกคสช.บอกว่า อาวุธสงครามที่ตรวจจับได้ อยู่ในแผนที่จะมีการทำลายอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งผิดกฎหมายทั้งหมด เช่นตู้ม้า และยาเสพติด แต่เรื่องของอาวุธจะต้องมีกระบวนการสืบสวน สอบสวน ที่จะต้องรอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อน นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยกรณีที่มีการจับกุมกลุ่มบุคคลหน้าสถานทูตสหรัฐฯ และการเชิญบุคคลมารายงานตัว โดยได้ชี้แจงว่า ในปัจจุบันการเชิญบุคคลเข้ามารายงานตัวแทบจะไม่มีแล้ว และผู้ที่มารายงานตัวส่วนใหญ่ก็เป็นการเรียกมาทำความเข้าใจ แต่กลับบ้านกันหมดแล้ว สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมในลักษณะที่ชุมนุมในช่วงนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียกมาตักเตือน ทำความเข้าใจ และมีเงื่อนไขร่วมกัน เพื่อไม่ให้ดำเนินการในลักษณะนี้อีก จะมีเพียงส่วนน้อยที่ถูกต้องข้อกล่าวหา แต่หากใครมีการชุมนุมอยู่ก็จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
ทีมงานโฆษก คสช. กล่าวอีกว่า ได้มีการสอบถามถึงการควบคุมตัว นายธนาพล อิ๋วสกุล บรรณาธิการนิตยสารฟ้าเดียวกัน ได้ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ทหารของหน่วยในระดับพื้นที่ เนื่องจากผู้ต้องสงสัยรายนี้เคยกระทำผิดในลักษณะรวมกลุ่มต่อต้านมาครั้งหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ได้ตักเตือน โดยไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อาจพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องเชิญตัว ส่วนรายละเอียดจะมีการตั้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ได้เกิดจากการดำเนินการของ คสช.ในส่วนกลาง

ข่าวล่าสุด