เนชั่นทีวี

ข่าว

ดีเดย์ทวง "ป่าภูพาน" คืนจากมือนักการเมือง-ข้าราชการ 9-11 ก.ค.

08 ก.ค. 2557 |

ดีเดย์ทวง "ป่าภูพาน" คืนจากมือนักการเมือง-ข้าราชการ 9-11 ก.ค.

กาฬสินธิ์-แฉอดีตนักการเมืองท้องถิ่น-ข้าราชการฮุบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูพานกาฬสินธุ์ ดีเดย์ทวงคืนผืนป่า 9-11 ก.ค. พบมีการตั้งหมู่บ้านและวัด ระบุกลุ่มนายทุนชี้นิ้วปักเขตหลอกซื้อเอกสารขายสิทธิ์เงินหมุนเวียนหลายล้านบาท

จากกรณีพบนายทุนนอกพื้นที่และในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตลอดจนชาวบ้านได้เข้าไปบุกรุกแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขาภูพาน บริเวณบ้านด่านเม็ก หมู่ 12 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยการตัดโค่นต้นไม้และชี้นิ้วจับจองพื้นที่ปลูกยางพาราและพืชต่างๆ จนทำให้พื้นที่ป่าเสียหายมากกว่า 1 หมื่นไร่นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 พล.ต.นิตินัย ภีมะโยธิน ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ พ.อ.ฉกาจพงษ์ หงษ์ทอง รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ท.นิสิต สมานมิตร ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 14 นำกำลังทหารร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่กส.3 (ภูพาน) และตำรวจลงพื้นที่เข้าตรวจสอบป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขาภูพาน บริเวณบ้านด่านเม็ก หมู่ 12 ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์  ตามนโยบายของคสช. แบบเช็คพื้นที่ทุกตารางนิ้วอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น
จากการตรวจสอบนอกจากจะพบกลุ่มนายทุนและชาวบ้านเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ตัดโค่นต้นไม้จนเหลือแต่ตอ และต่างจับจองพื้นที่ เพื่อปลูกยางพาราและมันสำประหลังแล้ว ยังพบว่ายังมีปัญหาการตั้งหมู่บ้านในเขตพื้นที่ป่าสงวนมาตั้งแต่ปี 2542 คือบ้านด่านเม็ก นอกจากนี้ยังพบว่ามีการตั้งวัด 1 แห่ง และสำนักสงฆ์อีก 1 แห่ง ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนอีกเช่นกัน โดยกลุ่มนายทุนได้ชี้นิ้วปักเขตหลอกขายสิทธิ์พื้นที่ ส.ป.ก. แต่จาการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดกลับไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.แต่อย่างใด
นายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณบ้านด่านเม็ก ตำบลสำราญ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพล โดยมีทั้งนักการเมืองท้องถิ่น อดีตนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มนักธุรกิจ และข้าราชการ ทั้งในจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร และกาฬสินธุ์เข้าไปจับจอง หมุนเวียนซื้อขายสิทธิ์กัน ทั้งชาวบ้านขายให้กับนายทุน และนายทุนหลอกขายสิทธิ์ต่อ ครอบครองกันเอง บางพื้นที่ยังเตรียมที่จะทำเป็นรีสอร์ท รายละหลายร้อยไร่ ทั้งๆที่พื้นที่ทั้งหมดไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์จากทางราชการ แต่เป็นเพียงกำหนดขอบเขตชี้นิ้วเลือกจับจองพื้นที่กันเอง โดยเฉพาะรายล่าสุดพบว่ามีข้าราชการระดับซี 9 ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งได้เข้าไปบุกรุกป่าในกลางภูเขา ซึ่งมีเนื้อที่มากกว่า 40 ไร่ อีกทั้งยังมีการระเบิดหิน เพื่อสร้างถนนเข้าไปโดยที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายอีกด้วย
นายกนก กล่าวว่า สำหรับปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2542 ซึ่งหมักหมมมานาน นับตั้งแต่มีการตั้งหมู่บ้านขึ้นมา 1 แห่ง คือบ้านด่านเม็ก จากนั้นชาวบ้านก็เริ่มจับจองและขยายแนวเขตโดยการบุกรุกแผ้วถาง ตลอดจนมีการสร้างวัดและสำนักสงฆ์ จนนายทุนกลุ่มต่างๆเริ่มมองเห็นผลประโยชน์และเข้ามาจัดสรรปันส่วนหลอกและแอบอ้างขายสิทธิ์กันจนถึงปัจจุบันกินเนื้อที่ป่านับหมื่นไร่ มีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท
ทั้งนี้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการตรวจจับผู้บุกรุกป่าหลายราย มีเนื้อที่หลายร้อยไร่ แต่ก็ยังมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง เพราะจำนวนกำลังเจ้าหน้าที่มีน้อยไม่เพียงพอ อีกทั้งยังขาดการติดตามคดี การจำแนกพื้นที่บุกรุกใหม่ การจำแนกพื้นที่บุกรุกเก่า ส่วนไหนจับแล้ว ส่วนไหนยังไม่จับ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจน จึงทำให้กลุ่มนายทุนและชาวบ้านไม่เกรงกลัวและยังคงบุกรุกต่อเนื่องอย่างที่เห็น
พ.อ.ฉกาจพงษ์ หงษ์ทอง รองผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นนอกจากจะมีการบุกรุกพื้นที่ป่านับหมื่นไร่แล้ว ยังมีการซื้อขายสิทธิ์ โดยแอบอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ที่ดินส.ป.ก. ซึ่งจริงๆแล้วพื้นที่นี้ไม่มีเอกสารสิทธิ์เพราะเป็นเขตป่าสงวน แต่สิ่งที่จะต้องเร่งทำต่อไปก็คือเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายต้องจำกัดพื้นที่ไม่ให้ขยายวงกว้างออกไปมากกว่าเดิม เร่งทำความเข้าใจกับและชี้แจงชาวบ้านห้ามไม่ให้บุกรุกเพิ่มเติม เร่งทวงคืนพื้นที่ป่าทั้งหมด แต่หากมีการฝ่าฝืนก็จะต้องใช้กฎหมายเข้ามาบังคับ ส่วนกลุ่มนายทุนก็จะต้องติดตามตัวต่อไป

ข่าวล่าสุด