เนชั่นทีวี

ข่าว

"กองทัพภาค 2" เปิดเวทีปรองดองอีสาน

07 ก.ค. 2557 |

"กองทัพภาค 2" เปิดเวทีปรองดองอีสาน

นครราชสีมา - กองทัพภาคที่ 2 จัดเต็ม เปิดเวทีเสวนาคืนความสุขให้คนอีสาน กลุ่มการเมือง เรียกร้องให้จัดการปัญหาสองมาตรฐาน สร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ให้คนชนบทบ้าง

ที่อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 กรกฎาคม พล.ท ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 (ทภ.2 ) ฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ( ผอ.กอ.รมน.2 ) พร้อม พล.ต.ไชยพร รัตนแพทย์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ฐานะหัวหน้าคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป กอ.รมน.2 ร่วมทำพิธีเปิดกิจกรรมคืนความสุขให้คนในชาติ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้ว่าราชการ 20 จังหวัด ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3-4หัวหน้าส่วนราชการ แกนนำกลุ่ม นปช. กปปส. ฝ่ายการเมืองนักวิชาการ อดีตข้าราชการ และ พี่น้อง ประชาชนทุกภาคส่วน จำนวนกว่า 2 พันคน เข้าร่วมเวทีเสวนา โดยมีนายจักริน เฉิดฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา อดีต ประธาน กปปส.นครราชสีมา แรมโบ้ อีสาน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตประธานอาสาสมัครพิทักษ์ประชาธิปไตยแห่งชาติ (อพปช.) นายขวัญชัย สาระคำ ประธานชมรมคนรักอุดร อดีตแกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดอุดรธานี นายอิสสระ สมชัย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ คุณพ่อบุญเต็ม ชัยลา ปราชญ์ชาวบ้าน ร่วมเวทีเสวนาเสนอข้อคิดเห็น ซึ่งเป็นบทสรุปจากเวทีเสวนาปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูประดับจังหวัด บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนมีอารมณ์ร่วมอย่างเต็มที่ ส่วนใหญ่ได้เสนอให้ คสช.แก้ปัญหาสองมาตรฐาน และ จัดการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่มีความแตกต่างชัดเจนระหว่างคนเมือง และคนชายขอบ โดยเฉพาะการคอรัปชั่นต้องจัดการให้เด็ดขาด
นายขวัญชัย ประธานชมรมคนรักอุดร กล่าวบนเวทีว่า ตนมีความเจ็บช้ำน้ำใจ ประสบความอึดอัดกับการปฏิบัติของ คสช. ได้ออกคำสั่งให้กองกำลังทหารกว่า 50 นาย มาตั้งบังเกอร์ที่หน้าอาคารทำการ เกิดผลกระทบต่อรายได้จากการขายสินค้าท้องถิ่นอย่างแสนสาหัส ขณะนี้ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประจำแต่ละเดือน ค่าไฟฟ้า 2.5 หมื่นบาท ค่าน้ำประปา 5 พันบาท และภาษีสังคม ส่วนใหญ่เป็นค่าณาปนกิจศพ หลายหมื่นบาท ขอฝากถึง คสช. ให้ตน และสมาชิกคนรักอุดร ฯ ซึ่งได้สาบานตนจะไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง ให้พวกเราได้หายใจกันบ้าง รวมทั้งการเฝ้าระวัง คอยจับผิดแกนนำกลุ่มการเมือง ไม่เกิดผลดีในการสร้างความปรองดอง ซึ่งเป็นการสร้างทัศนคติที่ไม่ดีต่อเจ้าหน้าที่ทหารด้านนายอนุวัฒน์ ทินราช อดีตประธาน นปช.ภาคอีสาน ฐานะตัวแทนฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ คสช. ที่ได้ให้ความสำคัญของทุกภาคส่วน โดยเปิดโอกาสให้แกนนำมวลชนทุกกลุ่ม ได้มีส่วนร่วมนำเสนอแนวคิด ปัญหา ความต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีความน้อยเนื้อต่ำใจมาตลอด ส่วนตนได้สิ้นสุดบทบาทสมรภูมิความขัดแย้งมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่สิ่งสำคัญที่จะให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์โดยเร็ว และสมบูรณ์แบบ คสช.ในฐานะดูแลรักษาอำนาจ รวมทั้งเป็นคนกลางที่จะยุติความขัดแย้ง ต้องให้ความสำคัญการใช้กฎหมาย ให้มีความเท่าเทียมกัน และนำความคิดเห็นต่างของแต่ละกลุ่มมาปรับใช้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกกลุ่มได้รับความยุติธรรม และยอมรับในการตัดสินตาม กฎ กติกาตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามแนวทาง คสช. เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ข้อเสนอต้องการให้ คสช.เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ พัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นที่ฐาน ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในเมือง กับคนชนบท ขอฝากถึงผู้ที่สร้างสถานการณ์ ยุยงส่งเสริมให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ขอให้ยุติแล้วหันหน้าเข้าหากันสร้างประเทศให้เจริญรุ่งเรือง
ด้าน พล.ต.ไชยพร รัตนแพทย์ รองแม่ทัพน้อยที่ 2 ฐานะหัวหน้าคณะทำงานศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูป กอ.รมน.2 กล่าวสรุปว่า ภาคอีสาน มีพื้นที่การปกครองใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมี 20 จังหวัด ด้วยความหนาแน่นของจำนวนประชากรกว่า 20 ล้านคน ซึ่งมีความหลากหลายด้านประเพณี และวัฒนธรรม รวมทั้งความแตกต่างของรายได้ต่อครัวเรือน ทำให้มีปัญหาค่อนข้างมาก เราได้เปิดโอกาสให้ตัวแทนทุกฝ่ายได้เสนอแนวคิดที่กำหนดให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางอำนาจ โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนเข็มแข็ง เป็นสยามเมืองยิ้ม และมีความสงบสุขโดยเร็ว จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ซึ่งถือเป็นฉันทามติโดยชอบ เสนอต่อเวทีระดับประเทศต่อไป

ข่าวล่าสุด