พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการ คืนความสุขให้คนในชาติออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องแรกเรื่องสื่อ ตนขอทำความเข้าใจในเรื่องสื่อมวลชน และสื่อต่าง ๆ ก่อนเป็นลำดับแรก สื่อ ทั้ง โทรทัศน์ โทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุกระจายเสียง วิทยุชุมชน โซเชียลมีเดีย สื่อสิ่งพิมพ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง และไม่เข้าใจกันอีกต่อไป ไม่ว่าจะกับ คสช. หรือกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย วันนี้บ้านเมืองของเรานั้น อยู่ในห้วงเวลาไม่ปกติ มีความจำเป็นต้องขอร้องให้ลดการนำเสนอข่าวที่จะเพิ่ม หรือขยายความขัดแย้ง รวมทั้งข่าวที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ?ที่ผ่านมาจะเห็นว่าก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะเห็นว่าประชาชนบริโภคข่าวจากสื่อทุกประเภท ต้องยอมรับว่า มีสื่อทั้งที่เลือกข้าง และเป็นกลาง ทำให้สังคม และประชาชนสับสน ก็มีความเกลียดชังซึ่งกันและกัน เพราะต่างฝ่าย ต่างก็เชื่อมั่นที่จะเชื่อในข้อมูลของฝ่ายตน มีการเขียน หรือโพสต์ หรือวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียกันอย่างกว้างขวาง ทั้งแชร์ข้อมูลของฝ่ายตนเอง และประสงค์ที่จะโน้มน้าวให้คนอื่นเชื่อด้วย รวมความไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้สังคมไทยเสื่อมโทรม เช่น หนังสือลามก อนาจาร หนังสือแนวหมิ่นเหม่สถาบัน ซึ่งพบว่ายังมีการลักลอบจำหน่ายกันอยู่ในหลายพื้นที่เช่นกัน ดังนั้น เราจำเป็นต้องช่วยกัน ทั้ง คสช. สมาคมผู้สื่อข่าว นักข่าว บรรณาธิการ เจ้าของสำนักพิมพ์ ต่าง ๆ ตลอดจนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่โดยตรง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ?วันนี้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่มีพรมแดน การกระจายข่าวสาร รวดเร็วมาก หากมีการโพสต์ข้อความ หรือเสนอข่าวใดที่ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ก็มีแต่ข้อมูลสร้างความเกลียดชัง หรือที่เรียกว่า Hate Speech เป็นการประจานประเทศไทยในสายตาของต่างชาติ รวมทั้งสร้างผลกระทบต่อภายในประเทศเราเอง ความขัดแย้งก็จะไม่มีวันจบไม่สิ้น บางทีอาจสร้างผลกระทบกับความคิด ความอ่านของเยาวชนไทยที่เป็นอนาคตของเราด้วย หากปล่อยเป็นเช่นเดิม ความแตกแยกจะมากขึ้น เด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดที่หยาบคายใส่กัน สังคมก็จะเกิดการขาดความเชื่อมั่น ขาดความไว้วางใจซึ่งกันและกันในทุกระดับ ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยาก ฉะนั้นคนดี ๆ ก็อาจจะถูกให้ร้าย ก็ทำให้เขาหมดกำลังใจในการทำงาน
" ผมขอร้องอีกครั้งหนึ่งให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ทั้งผู้สื่อข่าว สำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ได้กรุณากำหนดมาตรฐาน มีมาตรการควบคุมเนื้อหาสาระของสื่อในความรับผิดชอบของท่าน ให้ช่วยการเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน หากสื่อใดนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง หรือสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ท่านต้องรับผิดชอบด้วย หากสื่อนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของท่านเอง " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และว่า คสช. ไม่ได้มุ่งหวังในการจะใช้อำนาจไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อแต่ประการใด ที่ผ่านมา เราก็อนุโลม เราก็ให้สื่อเสรีภาพในการนำเสนอ อาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ ใครจะว่าใครก็ได้ เพราะฉะนั้นจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด บางครั้งก็ยังไม่ได้ตรวจสอบ ก็อยากให้เห็นใจคนที่เขาถูกกล่าวว่าร้ายไปบ้าง เขาจะทำอย่างไร เขาจะมีโอกาสปกป้องตนเองหรือไม่ ในบางครั้งถ้าเราไปลงความเห็นว่าเขาดีหรือไม่ดีอย่างไร โดยไม่มีข้อพิสูจน์ จะทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้ ก็ขอเรียนทำความเข้าใจอีกครั้งว่า เราต้องการความสงบสุข เพื่อ คสช. จะได้แก้ไขปัญหา ปัญหาจริง ๆ " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ท่านทราบอยู่แล้วว่ามีปัญหาอยู่ที่ไหน เราก็ทำทุกอย่างและกำลังอยู่ในกระบวนการก็มี ที่ตนได้พูดไปหลายครั้งแล้ว ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ต่าง ๆ มีทั้งนักวิเคราะห์ นักเขียน นักวิชาการต่าง ๆ บางครั้งผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันว่าท่านฟังเวลาเราพูดหรือไม่ คือข้อมูลต่าง ๆ ที่เราให้ไปท่านได้รับฟังหรือไม่ แต่รู้ว่าทุกท่านมีความห่วงใย มีความหวังดีกับประเทศชาติ แต่ขอให้กรุณาฟังเราบ้าง เพราะเราทำไปเราพยายามจะบอกท่านทุกครั้ง หากท่านไม่ฟังเลย จะไม่ได้เป็นการติเพื่อก่อ จะเป็นการติเหมือนจะทำลายกัน ในขณะที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย หรือทำไปยังไม่จบสิ้น อันนี้ก็ขอร้องอีกครั้ง คงไม่ได้หมายความทุกคน ทุกสื่อ เป็นเพียงส่วนน้อยมาก ตนถือว่าน้อยมาก วันนี้คงทำงานด้วยประสบการณ์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ส่วนวิทยุชุมชนก็เช่นเดียวกัน วันนี้เราก็พยายามที่จะให้มีการออกอากาศให้ได้โดยเร็ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหลาย ๆ อย่างที่เราทำอยู่ มีการทยอยเปิดเป็นตามลำดับ อะไรที่ยังเปิดไม่ได้ก็ขอให้เข้าใจว่ายังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ทำให้ถูกต้อง และเราก็จะเปิดให้