เนชั่นทีวี

ข่าว

สารพัดม็อบร้อง "คสช." นักบิน-ลูกจ้างกทม.

02 ก.ค. 2557 |

สารพัดม็อบร้อง "คสช." นักบิน-ลูกจ้างกทม.

2 ก.ค. -- สารพัดม็อบร้องคสช.ช่วย กลุ่มนักบินจี้แก้ปัญหาต่างด้าวหวั่นนอมินีฮุบอาชีพสงวนคนไทย ด้านลูกจ้าง กทม.ครวญถูกลดเงินเดือนบางรายเหลือเงินไม่ถึงร้อยบาท ซ้ำเป็นหนี้นับแสน

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก มีชาวบ้านจาก ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ มายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ขอให้ช่วยเหลือ หลังจากถูกกรมป่าไม้ให้ออกจากพื้นที่สัมปทานป่ายูคาลิปตัสซึ่งหมดสัปทานบัตรโดยระบุว่า ชาวบ้านเข้าไปจับจองพื้นที่ทำกิน ปลูกสร้างบ้านเรือนถาวร ตั้งแต่ปี 50 แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ทำให้ชาวบ้านกว่า 500 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน
ขณะที่ตัวแทนบริษัทการบินเอกชน และกลุ่มสหภาพแรงงานนักบินเฮลิคอปเตอร์ นำโดยนายเกียรติภูมิ แสงธิ ประธานสหภาพแรงงานนักบินเฮลิคอปเตอร์ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อหัวหน้าคสช. กรณีแรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพนักบิน เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้ทำการบินในประเทศไทย พร้อมนำเอกสารรายชื่อนักบินสัญชาติไทยที่เข้าร่วมร้องเรียน รวมถึงพระราชกฤษฎีกา กำหนดงานในอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำในไทย มาประกอบการร้องเรียนด้วย 
ทั้งนี้นายเกียรติภูมิ กล่าวว่า กว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทในลักษณะที่เป็นนอมินี ให้นักบินต่างชาติเข้ามาดำเนินการขับขี่เครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นอาชีพสงวนในไทย และห้ามคนต่างด้าวทำ ซึ่งถือว่าไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย จึงขอโอกาสที่คสช.กำลังดำเนินการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ได้เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย โดยหวังจะได้รับการช่วยเหลือและแก้ไขเพิ่มสัดส่วนนักบินไทยในการประกอบอาชีพนี้เพิ่มขึ้น เพราะช่วงที่ผ่านมามีนักบินต่างชาติเข้ามาดำเนินการกว่าร้อยละ50 โดยเฉพาะในพื้นที่ฐานขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย 
ต่อมาเวลา 09.30 น.นายโชติ เขียวจันทร์ ตัวแทนลูกจ้างกรุงเทพมหานคร กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง พร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ฝ่ายกฎหมาย ลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร จำนวนมาก เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกรณีถูกบังคับให้เป็นหนี้เป็นจำนวนเงินหลายแสนบาทต่อราย โดยไม่มีความผิด ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยมี พ.อ.หญิงบุษบง นุตสถิตย์ หัวหน้าแผนกศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร สำนักงานเลขานุการ กองทัพบก (ทบ.) เป็นผู้รับเรื่อง
นายโชติ กล่าวว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 56 กทม. ได้มีคำสั่งปรับลดเงินเดือนลูกจ้างประจำกรุงเทพมหานคร ประมาณ 500 คน โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 1 เม.ย.53 ส่งผลให้เงินเดือนของลูกจ้างลดลง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา กทม. ยังมีคำสั่งเรียกเก็บเงินจากคนงานทั้งหมดที่ถูกปรับลดเงินเดือน โดยบังคับให้ทุกคนรับสภาพหนี้ผ่านเอกสารคำสั่งยินยอมให้หักเงินเดือน หากภายใน 15 วัน ไม่ยินยอมเซ็นเอกสารให้หักเงินเดือน กทม.จะให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องคดีกับลูกจ้าง ซึ่งบางรายถูกบีบคั้นจนต้องจำยอมรับสภาพหนี้ดังกล่าว โดยที่ไม่มีการไต่สวนหาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษและชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามคำสั่งการปรับลดเงินเดือนได้เริ่มตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ลูกจ้าง ได้รับความเดือดร้อน จึงเดินทางมาร้องทุกข์ต่อคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) เพื่อช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรม ดังนี้ 1. ปัญหาดังกล่าวเป็นการโต้แย้งสิทธิของลูกจ้างว่ากทม.ออกคำสั่งปรับลดเงินเดือนย้อนหลัง 3 ปี อย่างไม่เป็นธรรมและไม่มีเหตุผลที่ลูกจ้างกระทำความผิด 2. กทม.ต้องชี้แจงว่าเหตุผลในการปรับลดเงินเดือน 3. ฝ่ายลูกจ้างประจำไม่ได้รับเงินเกินสิทธิหรือรับเงินที่ผิดพลาดตามที่กทม.ประกาศออกมา ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกจ้างก็รับเงินค่าจ้างตามนั้นไม่มีขาดไม่มีเกิน แม้จะล่าช้าตามระบบราชการ และ 4. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา กทม.ยังได้ทำหนังสือถึงลูกจ้างทุกคนในลักษณะใช้อำนาจออกคำสั่งให้เซ็นเอกสารให้สิทธิหักเงินเดือน หากภายใน 15 วัน ไม่ยินยอมเซ็นเอกสารให้หักเงินเดือน กทม.จะให้ฝ่ายกฎหมายฟ้องคดีกับลูกจ้าง ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้ลูกจ้างเป็นอย่างมาก เพราะยอดหนี้ทั้งหมดประมาณ 30 กว่าล้านบาท เฉลี่ยแล้วหลักแสนบาทต่อคน
"นอกจากจะถูกปรับลดเงินเดือน ซึ่งก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว ยังมาถูกบังคับให้รับสภาพหนี้ โดยที่กทม.ไม่มีการไต่สวนหาคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษและชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง เป็นการโยนความผิดที่ไม่ได้ก่อขึ้นให้เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งผู้น้อยไม่มีอำนาจต่อรองใด ลูกจ้างทุกคนมีภาระครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู บางรายยืมเงินภรรยามาทำงาน เพราะเมื่อถูกปรับลดเงินเดือนแล้ว ยอดเงินคงเหลือไม่ถึงร้อยบาท หรือบางรายเป็นหนี้หลายแสนบาท จะให้ไปกู้หนี้ยืมสินมาจ่ายในสิ่งที่ไม่ได้ทำ มันยุติธรรมแล้วหรือ  ที่ผ่านมาทุ่มเทชีวิตการทำงานเพื่อกทม.มาโดยตลอดและไม่คิดว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น" ตัวแทนลูกจ้างกรุงเทพมหานคร กล่าวและว่า อย่างไรก็ตามหากกทม.ยืนยันจะปรับลดเงินเดือนและบังคับให้รับสภาพหนี้ ลูกจ้างประจำก็จะเดินทางไปร้องศาลปกครอง เพื่อให้คุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ใช้เงินเดือนในอัตราเดิมด้วย

ข่าวล่าสุด