ตรวจไม้ซุงพบอีก 200 ท่อนทิ้งในไร่มัน
30 มิ.ย. 2557 | wanchat

อุดรธานี - คณะรองผวจ.เมืองอุดรธานี ตรวจสอบไม้ซุงที่ถูกซุกซ่อนในสถานที่ต่างๆ พบไม้กว่า 200 ท่อนถูกซุกๆไว้ในไร่มันสำปะหลัง อายัดเพื่อตรวจหาที่มาและนำคนผิดมาดำเนินคดี
ข่าว
30 มิ.ย. 2557 | wanchat

อุดรธานี - คณะรองผวจ.เมืองอุดรธานี ตรวจสอบไม้ซุงที่ถูกซุกซ่อนในสถานที่ต่างๆ พบไม้กว่า 200 ท่อนถูกซุกๆไว้ในไร่มันสำปะหลัง อายัดเพื่อตรวจหาที่มาและนำคนผิดมาดำเนินคดี
หลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง จ.อุดรธานี ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบท่อนซุงขนาดใหญ่กว่า 300 ท่อน ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ถูกมือมืดนำไปซุกไว้ในป่าละเมาะท้ายบ้านอีหลุ่ง ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่ได้อายัดท่อนซุงทั้งหมดไว้ และห้ามเคลื่อนย้าย พร้อมกับสืบหาเจ้าของที่ดิน และเจ้าของซุง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 28 มิถุนายน 57 ที่ผ่านมา
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 29 มิถุนายน นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี , พ.ต.อ.สุรินทร์ ชัยชมภู รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ท.สุภัทร ชูตินันท์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 , นาย นายอดุลย์รัตน์ ตั้งทวี ผอ.สำนักจัดการทัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี , นายมาลัยวรณ์ ตั้งอรุณสวัสดิ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ธราธิป เข่งคุ้ม รอง ผกก.ป.สภ.เมือง อุดรธานี นายวีระศักดิ์ ประสานศรี ผอ.ส่วนป้องกันและควบคุมไฟป่า สนง.จัดทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี และนายสงกรานต์ เรือนคำ หน.หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ 12 (กุดจับ) สนธิกำลังกับ ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) พร้อมกำลังทหาร ตำรวจ อส. และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้าตรวจสอบไม้ซุงทั้งหมดอีกครั้ง
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ามีกองไม้ซุง ที่ถูกนำมาซุกซ่อนตามเส้นทางรอบป่าละเมาะถึง 19 จุด รวมไม้ซุงทั้งหมด 462 ท่อน ที่เป็นไม้พฤกษ์จำนวน 322 ท่อน ที่ส่วนใหญ่มีขนาดเส้นรอบวงตั้งแต่ 1-4 เมตร ยาว 2.20 เมตร รวมปริมาตร 101.98 ลบ.ม. ซึ่งไม้พฤกษ์เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก อันดับที่ 36 ส่วนไม้ที่เหลือเป็นไม้กระยาเลย ประกอบด้วย ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้เต็ง ไม้รัง ไม้กะบก มีขนาดเส้นรอบวง 1-3 เมตร ยาว 2.20 เมตร อีกจำนวน 140 ท่อน รวมปริมาตร 57.90 ลบ.ม. ซึ่งเป็นไม้ที่ห้ามตัด โดยต้องขออนุญาตและห้ามมีไว้ในโรงเลื่อย จึงได้ตรวจยึดไว้ทั้งหมดต่อมานายยอด ศรีนาลา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 9 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี มาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงตัวว่า ได้รับมอบจากโรงเลื่อยเรสวู๊ด ตั้งอยู่ที่เลียบคลองชลประทาน บ้านอีหลุ่ง ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่าเป็นผู้จัดหาไม้พฤกษ์ทั้ง 322 ท่อน มาจาก จ.นครราชสีมาและขอนแก่น เพื่อนำมาแปรรูปที่โรงเลื่อยดังกล่าว เพื่อทำเฟอร์นิเจอร์ แต่ยังไม่สามารถนำเข้าโรงเลื่อยได้ เพราะโรงเลื่อยปิดตั้งแต่เดือนมีนาคม จึงนำท่อนไม้พฤกษ์ทั้งหมดมากองไว้ที่ป่าดังกล่าว ตำรวจจึงได้อายัดไม้พฤกษ์ทั้งหมดไว้ เพื่อรอนายยอดนำเอกสารมาแสดงที่มาของท่อนไม้ทั้งหมดต่อมาเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน คณะที่เข้าตรวจสอบไม้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีการพบท่อนซุงอีกจำนวนมาก วางทิ้งไว้ในไร่มันสำประหลัง ท้ายหมู่บ้านโนนสวรรค์ ต.เชียงยืน จึงออกไปตรวจสอบ โดยพบว่าเป็นท่อนไม้พฤกษ์ อีก 5 กอง รวมกว่า 200 ท่อน นอกจากนี้ยังพบไม้พฤกษ์ที่แปรรูปแล้วอีก 400 แผ่น นอกจากนี้ยังมีไม้ประดู่ ไม้แดง แปรรูป กองอยู่ใกล้กันโดยมีสังกะสีคลุมไว้ ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึด เพื่อสืบหาเจ้าของต่อไปจากนั้นคณะฯ ได้เข้าตรวจโรงเลื่อยบอส เลขที่ 123 หมู่ 7 บ้านป่อง ต.เชียงยืน ซึ่งเป็น 1 ใน 40 โรงเลื่อย ในเขตติดต่อ ต.เชียงยืน ต.เชียงพิณ อ.เมือง และ ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี แต่โรงเลื่อยดังกล่าว มีใบอนุญาตในการประกอบกิจการโรงเลื่อยมาแสดง ซึ่งจากการตรวจสอบและตรวจค้นไม่พบท่อนไม้หวงห้าม แต่พบร่องรอยมีการขนลากไม้ โดยมีรถบรรทุก 6 ล้อ ที่มีเครนติดตั้งอยู่สำหรับขนไม้ท่อนจอดอยู่ ซึ่งทางโรงเลื่อยบอกว่า เป็นการขนไม้ฉำฉาเอามาเลื่อยตามปกตินายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากทุกหน่วยงานที่เดินทางเข้าพื้นที่ เข้าตรวจสอบไม่ร่วมกัน เบื้องต้นได้ทำการอายัดไม้พฤกษ์ทั้งหมดกว่า 400 ท่อน และห้ามเคลื่อนย้าย เพื่อให้ผู้ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของ นำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยที่หน้าเขียงไม้ที่มีการทาสีเป็นตัวอักษรว่า คง จะเป็นไม้พฤกษ์ที่นำมาจาก อ.คง จ.นครราชสีมา ซึ่งไม้พฤกษ์ จะเป็นไม้เนื้ออ่อน ที่ขึ้นตามหัวไร่ปลายนา มีมากในเขต จ.นครราชสีมา และ ชัยภูมิ เป็นไม้ที่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์โดยรอบ ๆ พื้นที่ มีโรงเลื่อยขนาดเล็กที่แปรรูปไม้ทำเฟอร์นิเจอร์เป็นจำนวนมาก หากเจ้าของไม้นำเอกสารมาแสดง และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบที่มาของไม้ได้ ก็จะคืนไม้ให้ หากไม่สามารถนำตรวจสอบถึงที่มาของไม้ได้ จะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของไม้ต่อไป ส่วนไม้ที่เป็นไม้ประดู่ ไม้แดงฯ ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้แล้ว เพื่อสืบหาว่าเป็นไม้ของผู้ใด เพื่อจะดำเนินคดีกับเจ้าของไม้ ตามที่ คสช.ให้ปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้เถื่อนต่อไปผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ที่ร่วมตรวจไม้กับคณะฯ บอกว่า ไม้ทั้งหมดที่ตรวจพบ อาจจะเป็นไม้ที่อยู่ในโรงเลื่อยเล็กที่ตั้งอยู่รอบ ๆ พื้นที่ ซึ่งไม้ทั้งหมดเป็นไม้ที่ห้ามนำเข้าโรงเลื่อย ตามประกาศของกรมป่าไม้ 13 ชนิด แต่เมื่อทาง คสช.ประกาศปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้ ทำให้ทางเจ้าของโรงเลื่อยเล็ก จะมีความผิด จึงนำไม้ออกจากโรงเลื่อยมาทิ้งตามป่าละเมาะทั้งบริเวณ เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ