2 สมาคมนักข่าว ขอความชัดเจน คสช.
27 มิ.ย. 2557 | wanchat

2 สมาคมนักข่าวจี้ คสช.วางแนวทางคณะทำงานด้านสื่อให้ชัด "อดุลย์"ขอสื่อร่วมมือประกาศฉบับ14และ18 ลั่นไม่มีนโยบายบุกกองบก.
ข่าว
27 มิ.ย. 2557 | wanchat

2 สมาคมนักข่าวจี้ คสช.วางแนวทางคณะทำงานด้านสื่อให้ชัด "อดุลย์"ขอสื่อร่วมมือประกาศฉบับ14และ18 ลั่นไม่มีนโยบายบุกกองบก.
เมื่อเวลา 10.45น. ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมด้วยตัวแทน 2 กรรมการบริหาร 2 สมาคมฯ เดินทางเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงข้อห่วงใยและข้อเรียร้องต่อกรณีที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ตั้งคณะทำงาน 5 ชุดที่เกี่ยวกับสื่อทุกด้าน โดยมีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช.รับมอบจดหมายด้วยตัวเอง
ทั้งนี้เนื้อหาจดหมายเปิดผนึกของ 2 สมาคมนักข่าวฯระบุว่า ตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ ให้มีอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรอง ติดตาม และตรวจสอบ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีการบิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ อีกทั้งระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใด ๆ อันเป็นเท็จ หรือส่อไปในทางหมิ่นประมาท หรือสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และสื่อสารมวลชนประเภทต่าง ๆ ให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ และการดำเนินการของคสช.ตามที่ปรากฎเป็นข่าวแล้วนั้น
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย มีความเห็นและข้อเสนอแนะต่อพล.ต.อ.อดุลย์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษคสช.และในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ ดังนี้
1.ข่าวสารข้อมูลตามคำสั่ง คสช. (เฉพาะ) ที่ 12/2557 ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ที่คณะกรรมการฯ นำมาใช้เป็นอำนาจหน้าที่ในการกลั่นกรอง ติดตาม และตรวจสอบนั้น สมาคมนักข่าวฯทั้ง 2 สมาคมขอแจ้งว่า เป็นเรื่องที่องค์กรสื่อ โดยเฉพาะผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ประพฤติปฏิบัติอยู่แล้วตามธรรมนูญและข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพ สมาคมนักข่าวฯ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ รวมทั้งข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ตลอดจนแนวปฏิบัติขององค์กรสื่อแต่ละองค์กรอยู่แล้ว
2.สิ่งที่สมาคมนักข่าวฯทั้ง 2 สมาคมมีความห่วงใย คือแนวทางปฏิบัติของผู้นำคำสั่งของคณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารฯ ไปดำเนินการยังขาดความชัดเจน ดังกรณีที่เกิดขึ้นกับกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์คมชัดลึก และสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย ได้มีเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเข้าไปในกองบรรณาธิการ เพื่อสั่งระงับยับยั้งการนำเสนอข่าวของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ประกาศก่อตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ทั้งนี้เมื่อพิจารณาให้ถ่องแท้ จากการนำเสนอข่าวเรื่องนี้ของสื่อมวลชน ได้ทำให้สังคมรับรู้ข่าวสารอย่างถูกต้องและมีข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะผู้ที่รู้ประวัติศาสตร์ของขบวนการเสรีไทย อันเป็นการย้ำถึงวิจารณญาณของประชาชนโดยส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี
3. ด้วยเหตุนี้ สมาคมนักข่าวฯทั้ง 2 สมาคม จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการติดตามการเผยแพร่ข่าวสารฯ จัดทำแนวทางปฏิบัติให้มีความชัดเจนร่วมทั้งแนวทางการกำกับดูแล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบนำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมแก่สภาพการณ์ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อแสดงการเคารพต่อวิจารณญาณของประชาชนคนไทยโดยส่วนใหญ่
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังรับจดหมายเปิดผนึกว่า การที่คสช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติตดามการนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน ตามกรอบแนวทางของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารนั้น เนื่องจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารมีภารกิจหน้าที่มากขึ้น จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยกัน และมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน คณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นมาทำงานนั้นถือเป็นการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เกิดความกระชับมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการก็มีขั้นตอน ซึ่งไม่ต้องห่วงในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ขอให้สื่อมวลชนสบายใจได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าสื่อมวลชนเป็นห่วงเรื่องแนวปฏิบัติของคณะกรรมการด้านข่าวสารของ คสช.เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจใช้อำนาจของตัวเองโดยไม่ได้ประสานกับหน่วยงานอื่น ๆ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงจะไม่มีปัญหาการใช้อำนาจดังกล่าว การตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวขึ้นมาเป็นเพียงการปฏิบัติตามประกาศของคสช.ฉบับที่ 14 และ 18 ซึ่งเป็นเรื่องของข้อมูลข่าวสารที่อาจสร้างความแตกแยก เรื่องนี้จึงขอให้สบายใจได้
เมื่อถามว่าทางคสช.จะกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนได้อย่างไร พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า แนวทางต่างๆที่เกี่ยวข้องมีขั้นตอน และมีการติดตามเฝ้าระวัง ซึ่งถ้าพบเหตุการณ์ผิดปกติก็จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจและตักเตือนกันก่อน
ต่อข้อถามที่ว่าจากนี้ไปจะไม่มีการส่งเจ้าหน้าที่ คสช.บุกเข้าไปถึงกองบรรณาธิการของสื่อมวลชนอีกใช่หรือไม่ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า คสช.ไม่มีนโยบายในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่สิ่งที่ คสช.ดำเนินการก่อนหน้านี้สร้างความวิตกกังวลให้กับสื่อมวลชน กรณีมีคำสั่งเชิญตัวนายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด มหาชน ไปรายงานตัว ทั้งที่ป่วยเข้ารับการผ่าตัดอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ศาลทหารยังออกหมายจับทั้งที่มีการแสดงหลักฐานและชี้แจงข้อเท็จจริง โดยไม่มีเจตนาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการแก้ไขแล้ว เรื่องนี้ขอสื่อมวลชนอย่าได้กังวล ยืนยันว่า คสช.จะใช้แนวทางการการพูดคุย และขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน