เพื่อเป็นการพยุงราคายางให้มีเสถียรภาพ นอกจากการลงนามข้อตกลงระหว่างองค์การสวนยางและเครือข่ายเกษตรกร ยังได้มีแนวทางการแก้ปัญหายางพาราตามมติของเครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทยและองค์การสวนยางที่เสนอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช.ในการพิจารณาคือการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ คือการจ่ายเงินคงค้างให้กับเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินให้ครบทุกราย เป็นเงินประมาณ 6 พันล้านบาท รวมถึงการนำเงินงบประมาณจำนวน 5 พันล้านบาท มาจัดสรรใหม่ ให้สถาบันเครือข่ายกองทุนสวนยาง 15 เขต โดยจัดสร้างเป็นโรงงานยางแท่ง เขตละ 1 โรง และจัดสรรเป็นเงินทุนหมุนเวียนอีกโรงละ 300 ล้านบาท การมีพรบ.การยางแห่งประเทศไทยโดยการแก้ไข พรบ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศอย่างน้อย 40% โดยเน้นให้หน่วยงานราชการนำไปใช้ตามภารกิจแต่ละแห่งซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะนำยางพารามาใช้ทำถนน โดยประสานกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ขณะที่ในเรื่องกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางควรให้มีเกษตรกรเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย โดยแนวทางเหล่านี้ทางองค์การสวนยางและเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจะมีการสรุปมาตรการอีกครั้งเพื่อการจัดทำแผนเสนอคสช.โดยมีการตั้งกรอบระยะเวลาไว้ไม่เกิน15กรกฎาคม หลังจากนั้นจะนำไปสู่การปฏิบัติ