พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ได้รับการสั่งการจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ให้ประสานกับทหารในการเข้าตรวจค้นเรือนจำพิเศษมีนบุรี เพื่อตรวจค้นยาเสพติดในเรือนจำ ตามนโยบายของ คสช. โดยจะเน้นตรวจหาโทรศัพท์มือถือ และ ตรวจปัสสาวะนักโทษในเรือนจำ อีกทั้งตรวจหาสิ่งของผิดกฎหมายอื่น ๆ ด้วย โดยมีการสนธิกำลังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ในพื้นที่ บก.น.3 กว่า 200 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร ร.2 พัน.3 รอ. จำนวน 50 นาย เจ้าหน้าที่ ราชทัณฑ์ จำนวน 120 นาย และ เจ้าหน้าที่ ปปส. จะเข้าทำการตรวจค้นเรือนนอนผู้ต้องขังในแดนต่างๆ ซึ่งทางเรือนจำพิเศษมีนบุรี เป็นพื้นที่ควบคุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด และคดีอื่นๆ กว่า 5,000คน
ด้านพ.ต.อ.สุคุณ ผบก.น. 3 กล่าวว่า จากการบูรณาการกำลัง เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ไม่พบอุปกรณ์สื่อสารและยาเสพติดแต่อย่างใด พบเพียงสิ่งของจำพวก กรรไกร ที่โกนหนวด กระดาษตัดเป็นไพ่ เล็กๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าผิดระเบียบของทางเรือนจำ เท่านั้น ในส่วนของการสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องขังปรากฏว่าไม่พบสารเสพติดใดๆ ซึ่งถือว่าทางเรือนจำได้เข้มงวดในการดูแลเป็นอย่างดี
ขณะที่ นายนิมิต ทัพวนานต์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี กล่าวว่า สภาพโครงสร้างของเรือนจำแห่งนี้เป็นแบบเก่าซึ่งมีพื้นที่กว่า 23 ไร่ แบ่งออกเป็น 4 แดน โดยนักโทษหญิง จะอยู่ในแดน 4 ซึ่งขณะนี้นักโทษทั้งหมดในเรือนจำมีประมาณกว่า 5,000 คน เป็นกลุ่มที่รอการตรวจพิสูจน์ความผิด รวมถึงกลุ่มที่ถูก ตัดสินโทษแล้ว และมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี ทางเรือนจำพิเศษมีนบุรี เน้นตรวจค้นยาเสพติด และของผิดกฎหมายเป็นประจำอยู่แล้ว และจะสับเปลี่ยนกำลังในการตรวจค้นทุกครั้งโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า จนได้รับรางวัลเรือนจำสีขาว จากกรมราชทัณฑ์ เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา และจะดำเนินการเช่นนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป