"ศ.ระพี"เตือนสติคนไทยอย่านิยม-อยากเป็นเหมือนชาติอื่นจนลืมรากวัฒธรรมไทย
19 มิ.ย. 2557 | nation_ent

ข่าว
19 มิ.ย. 2557 | nation_ent

รร.เอบีน่า เฮ้าส์ - 19 มิ.ย. 57 - "ศ.ระพี" เตือนสติคนไทยอย่านิยม-อยากเป็นเหมือนชาติอื่น จนลืมรากวัฒธรรมไทย ชม"หน.คสช." คิดดีไม่ขึ้นที่สูง ด้านภาคประชาชน กังวล คสช. ทำปฏิรูปโดยไม่ฟังเสียงปชช.ส่อเกิดผลไม่เป็นรูปธรรม แนะทำเวทีปรองดองคู่ปฏิรูป เพื่อรับฟังเสียงปชช.ระดับภูมิภาคที่แท้จริง-ไม่รอส่วนกลาง ที่โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ มีการประชุมของเครือข่ายภาคีพัฒนาประเทศไทย (Thailand Deverlopment Forum : TD Forum) ครั้งที่ 12 เพื่อหารือถึงข้อเสนอที่เตรียมนำเสนอแผนการปฏิรูปสำหรับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลเฉพาะกาล โดยมี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการภาคี เป็นประธานการประชุม และมีตัวแทนเครือข่ายปฏิรูป อาทิ เครือข่ายสมัชชาปฏิรูป, เครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปประเทศโดยสันติของประชาชนไทย, เครือข่ายชุมชนท้องถิ่นและประชาสังคม รวมถึงเครือข่ายวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เข้าร่วม โดยก่อนเริ่มประชุม ศ.ระพี สาคริก ราษฎรอาวุโส กล่าวให้โอวาทผู้ร่วมประชุมตอนหนึ่งว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนเห็นว่าคนไปนิยมต่างประเทศ เช่น ฟินแลนด์ แล้วอยากเป็นแบบต่างประเทศ ไม่มองตัวเอง ซึ่งตนเห็นว่าเป็นอันตรายเพราะจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมไทย และรากฐานของวัฒนธรรม หากนำความนิยมประเทศอื่นมาโดยไม่กลั่นกรองเอาสาระ ทั้งนี้บ้านเมืองเราเล็ก ๆ ควรทำให้น่าเอ็นดู ทั้งนี้ตนเคยเขียนบทความเรื่อง"ผมไม่ชอบขึ้นที่สูง"และทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ฐานะหัวหน้าคสช.เคยระบุว่าไม่ชอบขึ้นที่สูงตนขอชมว่าดีแล้ว จากนั้นนพ.พลเดช ได้เริ่มการประชุม และกล่าวว่าการประชุมภาคีฯ ครั้งที่ 12 ถือเป็นครั้งแรกภายหลังการยึดอำนาจการปกครอง ของ คสช.เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งในวงประชุมตนอยากให้ร่วมประเมินสถานการณ์การปฏิรูป และแนวโน้มการปฏิรูปจะเป็นอย่างไร โดยตัวแทนภาคีฯ ร่วมเสนอความเห็นที่มีสาระสำคัญ คือ มีความกังวลต่อแนวทางปฏิรูปที่มุ่งเฉพาะจุด โดยไม่มองภาพรวมทั้งหมด จึงอาจทำให้การปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นรูปธรรม ขณะที่แนวทางการสร้างปรองดองในระดับภูมิภาค ที่เชิญประชาชนกลุ่มความคิดที่แตกต่างกันร่วมประชุมกับภาคราชการและทหาร เป็นเพียงการสร้างภาพต่อสาธารณะเท่านั้น ทั้งที่สิ่งที่ประชาชนต้องการจากเวทีระดับภูมิภาค คือ การมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางปฏิรูป เพราะการปฏิรูปแท้จริงจะเกิดขึ้นได้ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่แนวคิดที่ประชาชนพยายามเสนอไม่ถูกยอมรับ เพราะทหารระบุว่ายังไม่ถึงเวลา ทั้งนี้ ไม่ทราบว่าต้องรอนโยบายจากส่วนกลางก่อนหรือไม่ อย่างไรก็ตามข้อเสนอของตัวแทนภาคีฯ จากจังหวัดต่าง ๆ เห็นตรงกันว่าคสช. ควรทำเรื่องปฏิรูปควบคู่กับการทำเรื่องปรองดองโดยไม่แยกส่วนเพื่อให้ประชาชนระดับภูมิภาคมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ส่วนกรณีที่ คสช. จะตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และแต่งตั้งสภาปฏิรูปเพื่อดำเนินการนั้นอาจจะไม่นำไปสู่การปฏิรูปที่เป็นรูปธรรม