เมื่อเวลา16.00น. วันที่17มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ(บก.ทอ.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ทำหน้าที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะยื่นลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) บอร์ดการบินไทย ว่าเจตนารมณ์ของคสช.ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศไทยทุกด้าน ส่วนรัฐวิสาหกิจเองก็มีผลต่อความมั่นคงทางด้านศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจึงมีการตั้งประเด็นว่าบุคคลที่มาจากกลุ่มการเมืองมีเวลาให้กับองค์กรไม่มากนักและไม่มีความเชี่ยวชาญงานที่เข้ามาดำเนินการก็ขอให้เสียสละพิจารณาตนเองและเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามา ทั้งนี้รัฐวิสาหกิจมีทั้งรูปแบบที่เป็นเอกชนโดยนำเข้าตลาดหลักทรัพย์และที่เป็นรัฐวิสาหกิจโดยตรงการพิจารณาตนเองนั้นจึงมีความแตกต่างกันรวมถึงการจัดคนเข้าไปแทนก็จะมีความแตกต่างกันด้วยขณะนี้อยู่ในช่วงที่ให้คณะกรรมการพิจารณาว่าตนเองเข้าข่ายในเกณฑ์ใดควรจะลาออกหรือทำงานต่อ ในส่วนของการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มีขั้นตอนในการลาออกและการแต่งตั้งมากพอสมควร รวมถึงผู้ถือหุ้นด้วย
"ส่วนตัวตั้งใจว่าจะยื่นใบลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้คสช.ได้พิจารณาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแทนแต่มีขั้นตอนพอสมควรโดยการลาออกผมจะยื่นใบลาออกในวันที่19มิ.ย. นี้และจะแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบในวันที่20มิ.ย. ส่วนจะมีผลเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับคสช. เนื่องจากการบินไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านในการปฏิรูปและปรัลกลยุทธ์เพื่อแข่งขันในตลาดการบิน ในเรื่องนี้คสช.ได้มอบหมายให้ผมในฐานะหัวหน้าส่วนงานเศรษฐกิจดูแลอีกครั้ง ส่วนผลจะเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบในสัปดาห์ถัดไป" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
เมื่อถามว่าแนวโน้มจะกลับมาเป็นประธานบอร์ดการบินไทยหลังจากได้แสดงสปิริตครั้งนี้แล้วหรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เป็นการแสดงเจตนารมณ์เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูปแต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช. จะเป็นผู้ดูว่ามีความจำเป็นต้องทำงานและดูแลให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไปหรือไม่ หากมีความจำเป็นอาจจะมี2ทางคือระงับใบลาออกหรือให้กลับเข้ามาทำงานใหม่ ซึ่งจะทราบผลในสัปกดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าแน่นอน
พล.อ.อ.ประจิน ยังกล่าวว่า ในกรณีที่กรรมการบอร์ดไม่ยอมลาออกนั้นคงไม่ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่จะใช้ความสมัครใจ หากย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าบางคนเข้ามาจากการผลักดันของสายการเมือง บางคนเข้ามาก็ไม่ถนัดงานด้านนั้นๆ ใครมีเวลาให้กับงานน้อยและไม่มีผลงานก็น่าจะพิจารณาตนเองเพื่อให้คนอื่นเข้ามาแทน ซึ่งบุคคลที่คสช.จะแต่งตั้งมาแทนนั้นจะเลือกคนที่ทำงานให้ดีที่สุด