"สิงคโปร์" แนะเสพติดอินเตอร์เน็ตต้องบำบัด

นักจิตวิทยาสิงคโปร์ มองว่า การที่เราไม่อาจละสายตาจากสมาร์ทโฟน หรือแยกจากมันได้ หรือคอยเอาแต่เช็คอย่างไม่มีเหตุผล นั่นคือการเสพติดมันเข้าไปแล้ว และอาจจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
ข่าว
บรรดานักจิตวิทยาในสิงคโปร์ กำลังผลักดันให้หน่วยงานการแพทย์ของรัฐบาล ยอมรับอย่างเป็นทางการว่า คนที่เสพติดอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์ดิจิตอล เป็นความผิดปกติทางจิตชนิดหนึ่ง และให้ร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แก้ไขปัญหานี้ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จากรายงานเมื่อปี 2546 ของบริษัทนีลเซ่น ที่ให้บริการสำรวจวิจัยทางธุรกิจ สังคมและเศรษฐกิจ พบว่า สิงคโปร์และฮ่องกง อยู่อันดับต้นๆของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนสูงที่สุดในโลก โดยประชากร 87% จากทั้งหมด 54 ล้านคน ต่างมีสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อได้ทั้งอินเตอร์เน็ตและมีกล้องถ่ายรูป ขณะที่สหรัฐซึ่งมีความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบของสมาร์ทโฟนต่อสังคมเช่นกัน กลับพบว่า มีอัตราคนเข้าถึงเพียง 65%
และจากการศึกษาโดยบริษัทให้บริการข้อมูลทั่วโลก "เอ็กซ์พีเรียน" พบว่า ชาวสิงคโปร์ ใช้เวลาเฉลี่ยอยู่กับเฟสบุ๊ค ครั้งละ 38 นาทีต่อคน หรือเกือบ 2 เท่าของคนอเมริกัน
เอเดรียน หวัง นักจิตวิทยาของศูนย์การแพทย์ เกลนีเกิลส์ (Gleneagles Medical Centre)บอกว่า การเสพติดดิจิตอลควรถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกลุ่มคนผิดปกติทางจิต โดยผู้ป่วยที่มีปัญหาวิตกกังวล เครียด แต่กลับใช้กลไกแก้ปัญหาด้วยการเข้าไปในโลกออนไลน์ ซึ่งเขาเคยรักษานักศึกษาชายวัย 18 ปีที่มีอาการเสพติดขั้นรุนแรง ถึงขั้นไม่โกนหนวดเครา ไม่ตัดผม ผ่ายผอม ไม่อาบน้ำ เหมือนคนจรจัด ซึ่งจิตแพทย์หวัง ระบุว่าเมื่อตัดวงจรการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทิ้งไป อาการเขาก็ดีขึ้น
นายถัง ฮวี ซิม จิตแพทย์ของ เดอะ รีไซเลนซ์ ไมด์ ในสิงคโปร์ บอกว่า พฤติกรรมวัยหนุ่มสาวเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่ปีนี้ ในอดีตมีแต่การเสพติดเกมออนไลน์ แต่ตอนนี้พัฒนาไปเป็นเสพติดโซเชียล มีเดีย และการดาวน์โหลดคลิป ที่เป็นเทรนด์ยอดฮิต // การเสพติดอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่แค่ความผิดปกติทางจิตล่าสุดที่ไม่มีในคู่มือการรักษาอาการทางจิตเท่านั้น แต่มันถูกระบุไว้ในแค่ภาคผนวกว่า ต้องมีการศึกษาต่อไป
ถัง เคียน เหี่ยน ที่ปรึกษาแผนกวีสัญญีของโรงพยาบาล สิงคโปร์ เจนเนอรัล บอกว่า ในบรรดาผู้ที่เข้ามารักษา มักจะบ่นว่า มีอาการปวดคอที่เรียกว่า "เท็กซ์ เน็ค" หรือ " ไอเน็ค" (text neck / iNeck) ซึ่งเกิดจากการก้มศีรษะดูโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเดิน เข้าคิวหรือแม้แต่ข้ามถนน
นอกจากนี้หลายประเทศเตรียมตั้งศูนย์รักษาบรรดาคนหนุ่มสาวที่เสพติดอินเตอร์เน็ตเช่น เกาหลีใต้ จีน และไต้หวัน
จากการสำรวจของรัฐบาลเกาหลีใต้ เมื่อปี 2556 พบว่า มีวัยรุ่นเกือบ 20% เสพติดสมาร์ทโฟน ส่วนจีนมีศูนย์รักษาผู้เสพติดอินเตอร์เน็ต 300 แห่ง และผลสำรวจ พบว่า มีชาวจีนหนุ่มสาวกว่า 24 ล้านคน เสพติดอินเตอร์เน็ต ส่วนสิงคโปร์มีศูนย์ให้คำปรึกษา 2 แห่ง คือ National Addictions Management Services และ Touch Community Services ที่มีโปรแกรมให้คำปรึกษาคนที่เสพติดดิจิตอลโดยเฉพาะ