ค้นบ้าน ร.ต.ต. ได้อาวุธจำนวนมาก
14 มิ.ย. 2557 | wanchat

ตำรวจอุดรธานี ร่วมทหารนำหมายศาลเข้าค้นบ้าน อดีตร้อยตำรวจตรี ได้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก เจ้าตัวอ้างมีไว้เพื่อสะสม และอยู่ระหว่างที่จะส่งคืนให้กับทางการ
ข่าว
14 มิ.ย. 2557 | wanchat

ตำรวจอุดรธานี ร่วมทหารนำหมายศาลเข้าค้นบ้าน อดีตร้อยตำรวจตรี ได้อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก เจ้าตัวอ้างมีไว้เพื่อสะสม และอยู่ระหว่างที่จะส่งคืนให้กับทางการ
ทหาร และตำรวจอุดรธานี นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นที่บ้าน ร.ต.ต.ปราโมทย์ บุพศรี อดีตตำรวจนอกราชการ อายุ 62 ปี ในพื้นที่ ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ ตามหมายค้นของศาล จ.อุดรธานี ภายในบ้าน พบเครื่องกระสุนปืน หลายรายการประกอบด้วย ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 แบบสั้น 6 อัน , ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 แบบยาว 3 อัน , กระสุนปืนเอ็ม 79 กระสุนปืน เอ็ม 16 , กระสุนปืนอาก้า ,กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 กระสุนปืน 11 มม. กระสุนปืน ปลย.88 รวมมากกว่า 300 นัด พร้อมซองกระสุนปืนไม่ทราบชนิด 1 อัน ,กระสุน , อาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก , ปลอกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 136 นัด เสื้อเกราะกันกระสุน 1 ตัว , วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง ,.โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง , กุญแจมือ 1 คู่ , แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ กน 7404 อุดรธานี ,.ไม้ประดู่แปรรูป จำนวน 9 แผ่น และ ปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 19 นัด
จึงแจ้งข้อกล่าวหา มีเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ไว้ในครอบครอง มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ มีไม้แปรรูปหวงห้าม (ไม้ประดู่) ไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลบ.ม.
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบทราบว่า ร.ต.ต.ปราโมทย์ มีพฤติการณ์เป็นผู้มีอิทธิพล และน่าจะมีอาวุธสงครามซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน รวมถึงยังพัวพันคดีจ้างวานฆ่าหลายคดี อาทิ ลอลสังหารเจ้าหน้าที่การเงิน อบต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ , คดีอุ้มฆ่าภรรยาข้าราชการตำรวจ และล่าสุดคดีเผานั่งยาง นางบังอร ทองอ่อน อายุ 52 ปี เจ้าของธุรกิจปล่อยเงินกู้เขต อ.บ้านผือ เหตุเกิด 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ขณะที่ ร.ต.ต.ปราโมทย์ บอกว่า ตัวเขาเป็นอดีตตำรวจชอบสะสมอาวุธและกระสุนปืน เมื่อมีการประกาศให้นำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนมามอบให้ทางการ ก็พร้อมที่จะนำมามอบให้ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน ส่วนไม้ประดู่ ตนนำมาซ่อมแซมบ้านเท่านั้น แต่คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้อง
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัว ร.ต.ต.ปราโมทย์ ตามอำนาจกฎอัยการศึก พร้อมของกลาง มายังกรมทหารราบที่ 13 และนำตัวส่งนายทหารรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการในชั้นของศาลทหาร เพื่อดำเนินการตามกฎอัยการศึก