น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีตส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนได้รับการร้องเรียน จากข้าราชการดี ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ยุบสภาไปแล้วว่า กรรมาธิการทั้ง 35 คณะมีงบประมาณเหลือจ่ายจากการศึกษาดูงานจากต่างประเทศ ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้อำนาจโยกงบดังกล่าว และเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยได้นำข้าราชการสภาฯและลูกจ้างพนักงานทั้งหมด 2,245 คน ไปดูงานในประเทศกลุ่มอาเซียน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วรุ่นที่ 1 และ รุ่น2 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 57 ส่วนรุ่นที่ 3 และ 4 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 57?
น.ส.รังสิมา กล่าวว่า จนถึงขณะที่มีการยุบสภา และคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.).เข้ามากุมอำนาจบริหาร แต่นายสุวิจักษณ์ได้อนุมัติให้ข้าราชการ 211 คนไปดูงาน ที่ประเทศอิโดนีเซีย โดยแบ่งเป็น 6 คณะ คือ คณะที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-6 มิ.ย. , คณะที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-12 มิ.ย. , คณะที่ 3 ระหว่างวันที่ 10-13 1มิ.ย. , คณะที่ 4 ระหว่างวันที่ 16-19 มิ.ย คณะที่ 5 ระหว่างวันที่ 17-20 มิ.ย. และคณะที่ 6 ระหว่างวันที่ 23-26 มิ.ย. โดยอนุมัติงบเดินทางรวม 11,681,800 บาท และซอยเป็นงบประมาณคณะละ 1,940,000 บาท รวมระยะเวลาดูงานแต่ละชุด 4 วัน
น.ส.รังสิมา กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากที่เริ่มมีข่าวปรากฏในสื่อ ในการดูงานรอบล่าสุดที่จะเดินทางไปอินโดนีเซีย ๆได้ไปดูงาแล้ว 2 ครั้ง แต่นายสุวิจักขณ์ ได้สั่งยกเลิกโครงการดังกล่าว คณะที่ 4-6 จึงเกิดคำถามว่า ทำไมในการอนุมุติงานจึงซอย งบประมาณอยู่ที่ 1.0 ล้านบาทโดยจำนวนเงินไม่ถึง 2 ล้านบาท ถือเป็นการเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างไปใช้วิธีพิเศษใช่หรือไม่ เพราะไปอินโดนีเซีย 4 วันใช้เวลาเดินทาง 2 วันดูงานจริง 2 วัน เฉลี่ย หัวละ 4 หมื่นบาท ถือว่าแพงเกินจริงหรือไม่ และการศึกษาดูงาน ที่จริงแล้วคือไปเที่ยวหรือไม่ ทั้งนี้หลังการยกเลิกโครงการ ได้มีการสั่งเก็บเอกสารรายละเอียดในโครงการทั้งหมด ซึ่งตนในฐานะอดีตกรรมาธิการฯ ในสภาผู้แทนราษฎร ได้จับตาการใช้จ่ายงบประมาณมาตลอด แต่ขณะนี้เมื่อไม่ได้เป็นกรรมาธิการแล้ว ก็ต้องขอให้คสช. ติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ขอให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการใช้งบประมาณในสภาฯ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากในยุคที่นายสุวิจักษณ์เข้ามาเป็นเลขาธิการสภาฯ มีข้าราชการสภาเข้ามาร้องเรียนกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ถึงการใช้งบประมาณที่มากกว่าปกติ บางรายการไม่สมควรใช้จ่าย ก็ยังใช้งบประมาณในลักษณะผลาญหรือใช้ให้หมด เช่น การจัดซื้อชุดเก้าอี้รับแขก ราคาชุดละกว่าล้านบาทหลายชุด และซื้อนาฬิกาเทวดาติดผนัง เรือนละ 7 .5 หมื่น บาทรวม 200 เรือน งบประมาณทั้งสิ้น 15 ล้านบาท ส่วนการปรับปรุงห้องนักข่าว 5 ล้านบาท สำหรับเครื่องทำน้ำดื่มราคา 7.5 หมื่นบาท จัดซื้อทั้งหมด 13 ล้านบาท และปรับปรุงห้องแลกบัตรบุคคลเข้า-ออกสภา ใช้งบประมาณ 4.8 ล้านบาท ขณะที่การจัดดอกไม้รับรองแขกในสภาครั้งละ 3 แสนบาท?
ทั้งนี้ยังไม่รวมงบฯสร้างอาคารโรงพักของตำรวจรัฐสภา และงบสร้างห้องยุทธศาสตร์หรือวอร์รูมสภา อีกร่วม 100 ล้านบาท หรืองบฯติดตั้งกล้องซีซีทีวีในห้องประชุมกรรมาธิการอีกกว่า 30 ล้านบาท ทั้งที่มีโครงการจะก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ สร้างมาไม่กี่ปีก็ต้องทุบทำลายทิ้ง จึงขอถามว่าการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อหวังกินเปอร์เซนต์หรือไม่อย่างไร และทำตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่?
?คสช.ต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด เพราะเลขาธิการสภาฯ คนนี้กล้าสนองการเมืองโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกรับโทษหรือไม่ และยังกล้าทุจริตคอรัปชั่นอีก หากคสช.ระบุว่า จะทำการปราบปรามการทุจริตจริง ก็จำเป็นต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ฉะนั้นอย่าบอกว่านักการเมืองขี้โกง เพราะถ้าข้าราชการประจำไม่ชั่ว ไม่ชงงาน รับสนองงานตามคำสั่งให้ นักการเมืองโกง นักการเมืองก็โกงไม่ได้ แต่นี่มันสมรู้ร่วมคิดกันโกงงบฯแผ่นดิน บ้านเมืองจึงฉิบหายอย่างที่เป็นอยู่ อย่างน้อยที่สุดต้องย้ายเลขาสภาฯคนนี้ออกจากตำแหน่งไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นสภานิติบัญญัติจะเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน พร้อมทำการสอบสวนและลงโทษตามวินัยข้าราชการด้วย หากมีการหมกเม็ด เพื่อให้เซ็นเอกสารบางอย่าง? น.ส.รังสิมา กล่าว
น.ส.รังสิมา กล่าวว่า เรื่องนี้ข้าราชการดีๆในสภาอึดอัดใจมาก เพราะไม่ทำก็โดนหัวหน้าฝ่าย หัวหน้ากองขู่ว่าจะถูกลงโทษ แต่ถ้าทำก็ติดคุก เพราะมีการโยกย้ายข้าราชการที่เป็นพวกพ้อง ให้ข้ามหัวระบบอาวุโส ขึ้นมาเป็นผอ.กองหรือผอ.สำนัก เล่นพรรคเล่นพวก เพื่อสนองงานการเมือง หากคสช.จะปราบปรามการทุจริตจริง จะต้องล้างบางการทุจริตในสภาให้เสร็จก่อน เพระยังมีงบฯปี 57 อีกมาก เช่น งบฯการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ที่เกียกกายอีกนับหมื่นล้าน และข้อมูลเหล่านี้ก็เคยมีการอภิปรายฯในสภามาแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองก็ปกป้อง จึงขอฝากให้คสช.ดำเนินการเป็นการบ้านด่วน?