คดีดำที่ ส.2/2555 คดีแดงที่ ส.2/2557 ผู้ฟ้องคดีนายพินิจ สารภูมิ พร้อมพวก 108 คน (ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำจ.พิจิตร ) ผู้ถูกฟ้องคดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ 1 พร้อมพวกรวม 14 คน ศาลปกครองพิพากษาระบุว่า พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ( อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ) ซึ่งสั่งเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 ที่อนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ( บริษัท อัครา ไมนิ่ง จำกัด หรือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซล จำกัด ( มหาชน ) เปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการเหมืองแร่ทองคำชาตรีเหนือ ซึ่งเป็นการอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ก่อสร้างบ่อทิ้งกากแร่แห่งที่ 2 ( TSF 2 ) จากเดิมที่กำหนดให้ก่อสร้างทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ่อทิ้งเก็บกากแร่แห่งที่ 1 ( TSF 1 ) ไปเป็นก่อสร้างบนพื้นที่ที่เคยได้รับอนุญาตให้จัดทำเป็นสถานที่เก็บขังน้ำขุ่นข้น หรือมูลดินทราย ตามใบประทานบัตรที่ 1/2548 ของโครงการเหมืองแร่ชาตรี ( เดิม ) และให้ผู้ถูกป้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 9 ( ผู้อำนวยการสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิจิตร ) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 10( ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ) ปฏิบัติหน้าที่ตามกฏหมายกำหนด ให้ต้องปฏิบัติในการควบคุมกำกับดูแล ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ไม่ให้ทำการก่อสร้าง และใช้งานบ่อทิ้งเก็บกากแร่แห่งที่ 2 ( TSF 2 ) ดังกล่าว และห้ามมิให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 14 ( อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ) ออกคำสั่งหรือออกใบอนุญาต การขยายโรงงานประกอบโลหกรรม ( ส่วนขยาย ) ให้แก่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 จนกว่าจะได้มีการดำเนินการ ตามกระบวนการและขั้นตอนในการพิจารรษทางปกครองตามที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้กำหนดอย่างถูกต้องและครบถ้วนแล้ว รวมทั้งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 9 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 10 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 14 ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการควบคุมกำกับดูแลไม่ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 เดินเครื่องจักรเพื่อประกอบกิจการในโรงงานประกอบโลหกรรม ( ส่วนขยาย ) และให้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 14 เสนอต่อปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือ ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมาย ให้พิจารณาอนุมัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทำการผูกมัดประทับตราเครื่องจักรในโรงงานประกอบโลหกรรม ( ส่วนขยาย ) ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ดังกล่าว จนกว่าจะได้มีการดำเนินการตามกระบวนการและขั้นตอนในชั้นพิจารณาทางปกครอง และมีคำสั่งอนุญาตตามกฏหมายอย่างถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 9 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 10 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 14 ดำเนินการภายใน 30 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก อย่างไรก็ตาม การพิพากษาของศาลปกครองพิษณุโลก เป็นการพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งคู่กรณี มีสิทธิอุทรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษา