เนชั่นทีวี

ข่าว

"ม.ล.ปนัดดา" ระบุ ขรก.ต้องไม่มีฝ่าย

29 พ.ค. 2557 | wanchat

"ม.ล.ปนัดดา" ระบุ ขรก.ต้องไม่มีฝ่าย

29 พ.ค. -- "ม.ล.ปนัดดา" ระบุข้าราชการต้องไม่มีฝ่ายทำงานเพื่อเร่งสร้างความสามัคคีในประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมฝ่ายกิจการพิเศษ ภายหลังมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 27 แต่งตั้งโยกย้ายให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 
ม.ล.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นวันแรกที่เข้ามาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเรื่องที่ได้รับมอบหมายคือมุ่งมั่นสู่การปฏิบัติ และเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีในหมู่ข้าราชการ ซึ่งมองว่าสำนักนายกรัฐมนตรีน่าจะเป็นหน่วยงานที่เชื่อมโยงไปส่วนราชการต่าง ๆ ได้ เพื่อช่วยกันทำงานให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ ซึ่งถือเป็นความไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาอย่างมาก เพราะตนไม่เคยคิดและรับข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด ตนเหลือเวลาราชการอีกภายเพียง 2 ปีก็จะเกษียณ ฉะนั้นการที่ได้มาทำงานในสำนักนายกรัฐมนตรีจึงเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจและจะมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแทนคุณแผ่นดิน
ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันทำงานวันแรกและได้ปรึกษาหารือกับนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาก่อน ซึ่งการทำงานในระบบราชการเป็นเรื่องที่ต้องมีการสืบสานและประสานกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ได้ถูกกำชับมาคือเราจะไม่เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้นเพราะข้าราชการต้องเป็นมิตรกับทุกฝ่าย จะไม่มีแบ่งสีใดสีหนึ่ง จากนี้ไปจะเป็นเรื่องของการดำรงพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือรู้ รัก สามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องคนไทยให้ได้โดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหนักใจในเนื้องานหรือไม่ เพราะถือเป็นการเปลี่ยนสายงานการทำงาน ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานร่วมกับทุกกระทรวง ขณะที่กระทรวงมหาดไทยทำงานเรื่องการปกครอง ถ้าจะมองว่านำเอากรอบความคิดในการทำงานที่กระทรวงมหาดไทยมาทำงานกับกระทรวงต่าง ๆ บ้านเมืองก็จะอยู่เย็นเป็นสุข ในเรื่องการสร้างความรักความสามัคคีส่วนตัวมีโครงการที่กระทรวงมหาดไทยทำอยู่เป็นโครงการประเทศไทยเดียวกันภายใต้ร่มพระบารมีเดียวกัน เมื่อครั้งที่ทำงานกับกระทรวงมหาดไทย ตนก็ทำงานนี้มาโดยตลอด และหากเรื่องนี้ได้นำมาใช้ต่อไปในบทบาทปัจจุบันก็จะพยายามทำเรื่องนี้ต่อไปด้วย
ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ควมสงบสุขของประเทศเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ที่จะให้ประเทศไทยมีความรักความสามัคคีเหมือนแต่ก่อน ให้เหมือนกับประชาคมอาเซียนยกย่องคนไทยว่า สาเหตุที่ให้ไทยเป็นประเทศในการก่อตั้งประชาคมอาเซียนก็ด้วยคนไทยเป็นแบบอย่างความรักความสามัคคี ดังนั้นหากย้อนกลับไปสู่อดีตแห่งความภาคภูมิใจถ้าทำได้โดยเร็วก็ถือเป็นความสำเร็จของทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนคนไทย
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า ในเรื่องของกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับรายงาน ผู้ว่าฯ ทั้ง 77 จังหวัดมุ่งหมายทำงาน ซึ่งตนไม่อยากให้มองว่าข้าราชการเป็นของรัฐบาลไหนหรือเป็นคนของพรรคใดในเมื่อข้าราชการจะต้องทำงานจนเกษียณอายุราชการซึ่งการไปตำหนิติเตียนหรือการบอกว่าข้าราชการเป็นคนของฝ่ายหนึ่งฝ่ายในก็ไม่เป็นผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นว่าผู้ว่าฯ นายอำเภอ จะต้องมีความุ่งมั่นทำงานและปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่ความเป็นหนึ่งเดียวที่จะนำประเทศไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุข
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเรื่องยากหรือไม่ที่บางจังหวัดยังถูกมองเป็นพื้นที่สีแดง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวว่า ครั้งรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่เคยเจอปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทุกวันนี้ชาวเชียงใหม่ยังคงหยิบยื่นไมตรีจิต ตนคิดว่าเราคิดอะไรกันมากเกินไปจนลืมบริบทของความเป็นคนไทย ซึ่งไม่ควรจะแบ่งแย่งว่าเป็นคนจังหวัดใด หรือภาคใดเพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน ดังนั้นควรจะนำหลักธรรมาภิบาลมาใช้การแบ่งแยกก็จะหมดไป สิ่งสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการซึ่งในส่วนกลางถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ส่วนการที่คสช.โยกย้ายผู้ว่าฯ นั้นเป็นระบบการหมุนเวียน ไม่ใช่การลงโทษ ซึ่งผู้บริหารไม่มีการพูดถึงเรื่องการลงโทษใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อถามว่ารัฐบาลชั่วคราวที่แต่งตั้งโดยคสช.จะมีกำหนดระยะบริหารงานนานเท่าใด ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมซึ่งตนคิดว่าผู้บริหารระดับสูงต้องคิดเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามการแต่งตั้งตนเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นตนไม่เคยทราบมาก่อนที่จะมีการประกาศทางโทรทัศน์ของคสช. โดยเหตุผลการโยกย้ายคือผู้บังคับบัญชากรุณาไว้วางใจและอยากให้มาทำงานให้ส่วนนี้ และขณะนี้ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าคสช.

ข่าวล่าสุด