โดยมีทุกส่วนราชการเข้าร่วมประชุม อาทิ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร แม่ทัพน้อยภาคที่ 1 พล.ท.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์? ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร 2 รอ.) ผู้บัญชาการระดับกองพล พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บังคับหน่วย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 - 9 ทั้งนี้ ภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้จัดตั้งกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ประกอบด้วย กำลังของกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปฎิปัติภารกิจในการประคับประคองบ้านเมืองให้ปกติ พร้อมก้าวสู่กระบวนการในการปฎิรูปประเทศ ตลอดจนการเลือกตั้งอันจะนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง โดย พล.ท.ธีรชัย ได้เน้นย้ำกับ กกล.รส. 4 ประเด็น คือ 1.การควบคุมบุคคล ติดตามจับกุมบุคคลเป้าหมายที่ไม่เข้ารายงานตัว กองกำลังติดอาวุธ และแกนนำปลุกระดมมวลชนทุกคน การเข้าตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่รับผิดชอบ โดยระมัดระวังการสร้างเงื่อนไขใหม่ เช่น การควบคุมตัวญาติพี่น้องซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ กรณีที่ไม่สามารถควบคุมตัวเป้าหมายได้ 2.การควบคุมสื่อทั้ง 5 ประเภท ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้มีการใช้สื่อยุยงปลุกปั่น ชักชวนเข้าร่วมชุมชน และหมิ่นสถาบัน 3.ด่านตรวจในพื้นที่รับผิดชอบเน้นการค้นอาวุธ วัตถุระเบิด สกัดมวลชนเข้ามาในพื้นที่กทม. 4.ควบคุมพื้นที่ถึงระดับหมู่บ้าน ทำความเข้าใจกับประชาชนในวัตถุประสงค์ 10 ประการ นโยบายเร่งด่วนอีก 5 ประการ โดยทำควบคู่กับนโยบายเร่งด่วน 7 ประการ และขั้นตอนการดำเนินการของ คสช. เป็น 3 ระยะ ด้วยการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบอย่างกว้างขวาง สำหรับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมต่อต้าน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ใช้มตรการจากเบาไปหาหนัก เน้นควบคุมแกนนำ เจรจาทำความเข้าใจ พร้อมทั้งเข้าวางกำลังก่อนการชุมนุม โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการควบคุมพื้นที่ และคลี่คลายสถานการณ์ หลีกเลี่ยงความรุนแรง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการบาดเจ็บสูญเสียต่อประชาชน ในส่วนของมณฑลทหารบกจังหวัดทหารบกต้องเป็นหน่วยหลักในการบูรณการกำลังทุกภาคส่วน ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคเอกชน ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ พร้อมประสานการปฏิบัติกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรอย่างใกล้ชิด กำลังตำรวจเป็นกำลังที่สำคัญ เพราะเป็นหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ใกล้ชิดกับประชาชน รู้ว่าใครเป็นคนดี ใครเป็นโจร ขอให้ประสานงานกับหน่วยทหารในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ความปลอดภัยกับประชชนทุกกลุ่มเท่าเทียมกัน สำหรับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราาชอาณาจักรภายในจังหวัด ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่จากทุกส่วนราชการนำมวลชนมาสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างกว้างขวาง รวมทั้งการทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ถึงเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการของคสช. ทั้งนี้ หวังว่าจะได้เน้นความร่วมมือความสามัคคีจากทุกส่วนราชการ และคืนความสงบสุขให้กับประชาชน นำความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติ ขอให้ทุ่มเทเสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งไม่เลือกฝ่าย และอยากให้นำความมุ่งหวังไปแจ้งให้กับผู้บังคับหน่วย และกำลังพลในสังกัด ให้เข้าใจ หากมีผู้ใดขัดขวาง ละเว้น หรือให้การสนับสนุนกลุ่มบุคคลที่เสียประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด และรายงานให้คสช.ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป