เนชั่นทีวี

ข่าว

"สมิทธ" แนะติดตาม "สึนามิ" นอกชายฝั่งสุมาตรา

18 พ.ค. 2557 | wanchat

"สมิทธ" แนะติดตาม "สึนามิ" นอกชายฝั่งสุมาตรา

ภูเก็ต - ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ชี้การเกิดสึนามิเป็นภัยที่ไม่สามารถระบุเวลาการเกิดที่ชัดเจนได้ จำเป็นต้องมีการสร้างองค์ความรู้ พัฒนาระบบเตือนภัยให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน บอกการเกิดสึนามิ 6.1 ริกเตอร์นอกชายฝั่งสุมาตรา อินโดนีเซีย เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม

วันนี้ (18 พ.ค.57) ดร.สมิทธ ธรรมสโรช  ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  ให้สัมภาษณ์ก่อนการเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ โครงการสัมมนา แนวทางป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ ?สึนามิ? ในแถบชายฝั่งอันดามัน  ซึ่งนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ตจัดขึ้น ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันสถานการณ์เกิดแผ่นดินไหวที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยในหลายจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย และการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกรอบๆ ประเทศไทย ในหลายจุด จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทางนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ได้เชิญมาให้องค์ความรู้เกี่ยวกับโอกาสของการที่อาจจะเกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่มีผลกระทบทำให้เกิดแผ่นดินไหว และอาจจะส่งผลกระทบต่อจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งจังหวัดภาคใต้ในแถบชายฝั่งตะวันตก โดยเน้นเรื่องขององค์ความรู้เกี่ยวกับโอกาสในการเกิดว่ามีมากน้อยเพียงใด และการเตรียมความพร้อมในการป้องกันหรือเตือนภัยล่วงหน้า ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความสูญเสียต่างๆ ก็จะลดน้อยลง เหมือนกับที่หลายๆ ประเทศดำเนินการอยู่            ?ในการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของไทย เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติสึนามินับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันนั้น พบว่าในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ มีความกระตือรือร้นและตื่นตัวค่อนข้างดีมาก แต่ระยะหลังๆ หรือปัจจุบันเริ่มเงียบหายไปทั้งเรื่องของความกระตือรือร้น การให้องค์ความรู้ การจัดระบบเตือนภัย และการเตือนภัยต่างๆ ซึ่งมีการเอาใจใส่ค่อนข้างน้อยทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชน   การซ้อมหลบภัยหรือการซ้อมเตือนภัยต่างๆ ก็มีน้อยลง ซึ่งมีหลายๆ ประเทศที่ส่งนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวมีความเป็นห่วง เนื่องจากหลายประเทศเดินทางมาค่อนข้างไกล  โดยเฉพาะประเทศในแถบสแกนดิเนเวียซึ่งมีประชากรไม่มากหากต้องมาสูญเสียจากภัยธรรมชาติก็จะรู้สึกผิดหวังต่อมาตรการในการรับมือหรือเตรียมความพร้อมในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นเราต้องมีความตื่นตัวในเรื่องเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นเราก็จะสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะภูเก็ต ซึ่งทำรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศเป็นลำดับต้นๆ หากเราไม่ปรับปรุงระบบการเตือนภัย ระบบป้องกันภัยธรรมชาติให้เป็นมาตรฐานสากลแล้ว โอกาสเราจะดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้น้อยลง ส่งผลให้มีรายได้จากการท่องเที่ยวน้อยลงด้วย?            ดร.สมิทธ กล่าวถึงกรณีการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ริกเตอร์ ในทะเลนอกชายฝั่งตะวันตกพื้นที่ทางเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องที่ต้องจับตามมอง เพราะรอยเลื่อนของฝั่งอันดามันเป็นรอยเลื่อนสแกนหรือสกายจากประเทศพม่าถึงหมู่เกาะในทะเลอันดามัน หรือจุดที่เคยเกิดคลื่นสึนามิเมื่อปี 2547 บริเวณหัวเกาะนิโคบาร์ ยังมีการขยับรอยเลื่อนไปจนถึงหมู่เกาะชวา หมู่อินโดนีเซีย หรือหมู่เกาะอื่นๆ ที่มีภูเขาไฟระเบิดอยู่ ฉะนั้นโอกาสของการเกิดการขยับตัวของเปลือกโลกก็ยังมีอยู่ ซึ่งเราก็ต้องระวังหากเกิดขนาดใหญ่พอที่จะทำให้เกิดสึนามิได้ จึงจำเป็นที่เราจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดตามมา เพราะในคราวที่เกิดเมื่อปี 2547 ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงจึงเดินทางมาถึงชายฝั่งบ้านเรา แต่หากเกิดเหนือขึ้นมาบริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์หรือเกาะอันดามัน จุดศูนย์กลางการเกิดสึนามิก็จะใกล้กับประเทศไทยมากขึ้น โอกาสที่คลื่นจะมากระทบชายฝั่งทางภาคใต้ฝั่งตะวันตกอาจจะเร็วกว่าครั้งก่อน ฉะนั้นหากระบบการเตือนภัยไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการเตรียมพร้อม ไม่มีการฝึกซ้อมในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยความเสียหายก็จะเกิดตามมามากขึ้น            ?ต้องบอกว่าภัยธรรมชาติสึนามินั้น ไม่มีประเทศใดในโลก และเป็นภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียวที่มนุษย์ไม่สามารถทำนายได้ถูกต้องใกล้เคียง ต่างจากการเกิดพายุไซโคลนหรือพายะเฮลิเครนหรือพายุได้ฝุ่น แต่สามารถคาดการณ์ได้ในระยะไกลจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ฉะนั้นความแน่นอนในการทำนายทายทักว่าจะเกิดเมื่อใดไม่สามารถบอกได้ แต่เราต้องระวังพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหว และเกิดคลื่นสึนามิ?ดร.สมิทธิ กล่าวถึงรอยเลื่อนมะลุ่ยที่พาดผ่าน จ.ภูเก็ต ว่า เป็นรอยเลื่อนที่มีความยาวมาก พาดผ่านหลายจังหวัด ก่อนจะมาถึง จ.ภูเก็ต และพาดผ่านลงทะเล และเคยมีการเคลื่อนตัวขนาดเล็กขนาดกลาง แต่ไม่รุนแรงมากนัก  จะมีขนาด 3-4 ริกเตอร์เท่านั้น และยังเป็นรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ ซึ่งหากเกิดเคลื่อนไหวก็จะรู้สึกได้ และบ้านเรือนที่อยู่บริเวณรอยเลื่อนก็เกิดความเสียหายได้  อย่างไรก็ตามอยากฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ให้มีการปรับปรุงระบบการเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถเตือนภัยได้ล่วงหน้า มีการติดตามการเกิดภัยธรรมชาติให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะสามารถช่วยชีวิตคนได้  รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐค้นคว้าข้อมูลเรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ ให้มากขึ้น และเผยแพร่สู่ประชาชน  โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาเพื่อให้มีองค์ความรู้ในเรื่องภัยพิบัติ เพื่อให้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง  ตั้งแต่ระดับอนุบาลขึ้นไป  ในส่วนของภาคประชาชนเองนั้น  จำเป็นจะต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องของภัยพิบัติต่าง ๆ และติดตามข่าวสารจากทางภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากไม่มีภัยธรรมชาติใด ที่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นได้ 100%            กรณีของการเกิดแผ่นดินไหวที่ จ.เชียงราย และมีอาฟเตอร์ช๊อตตามาอีกประมาณ 800 ครั้งนั้น ดร.สมิทธ กล่าวว่า กรณีแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นที่ จ.เชียงรายนั้น  เป็นการเกิดแผ่นดินไหวบนบน และมีขนาดเล็กกับกลางเท่านั้น เหตุที่มีความรุนแรงมาก เนื่องจากรอยเลื่อนหรือจุดที่เกิดแผ่นดินไหวนั้นอยู่ตื้น โดยลึกจากผิวดินเพียง 7 กม. เท่านั้น ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวที่ใดก็ตามหากมีความลึกจากผิวดินไม่มาก จะมีแรงสั่นสะเทือนในผิวดินสูง จึงมีผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนที่มีโครงสร้างไม่แข็งแรงที่อยู่บนพื้นดินมาก

ข่าวล่าสุด