พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และอีโอดี ได้เข้าพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุระเบิดเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล ใกล้พื้นที่ชุมนุมของ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ในทำเนียบรัฐบาล พบหลุมระเบิดกว้าง 10 เซนติเมตร ลึก 1 เซนติเมตร ห่างจากแนวรั้วทำเนียบ ใกล้กับเต็นท์สื่อมวลชน 20 เมตร โดย พ.ต.อ.กำธร ยืนยันว่า เป็นระเบิด M79 วิถีโค้งระยะ 200-400 เมตร ซึ่งคาดว่าจะถูกยิงมาจากบริเวณแยกนางเลิ้ง โดยใช้เสาส่งสัญญาณในทำเนียบรัฐบาลเป็นเป้าของการยิง ส่วนอีก 1 จุด ที่บริเวณป้ายรถประจำทาง โรงเรียนราชวินิตมัธยม พบหลุ่มระเบิดกว้าง 5 เซนติเมตร ลึก 1 เซนติเมตร เป็นระเบิดชนิดเดียวกับในทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ คาดว่า จะเป็นการยิงมาจากจุดเดียวกัน และได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับเหตุที่ธนาคารไทยพานิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อวัน 7 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ขอสรุปว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันหรือไม่ โดยจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่วนในที่เกิดเหตุ พบว่า มีรถยนต์เสียหาย 2 คัน แรงระเบิดทำให้กระจกเกิดความเสียหาย และบริเวณใกล้เคียงกันพบตู้โทรศัพท์สาธารณะได้รับความเสียหายเช่นกัน หลังเกิดเหตุมีการนำรั้วและเชือกมากั้นที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป รวมถึงได้มีการนำล้อรถยนต์มาวางไว้ บริเวณที่คาดว่าจะเป็นจุดเกิดระเบิด ส่วนภายในทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่เกิดระเบิดขึ้น ใกล้กับเวทีปราศรัยของ คปท. และเต็นท์สื่อมวลชนพบว่า ไม่มีการกั้นพื้นที่เป็นพิเศษ มีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่